ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอ
จิ่งอวี่ชวนยิ้ม แล้วเดินออกจากห้องนอน
ไม่คิดเลยว่าจิ่งโจวจะตื่นแล้ว “เช้าขนาดนี้เลยเหรอ วันนี้วันอาทิตย์ นอนต่ออีกหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ?”
“นอนไม่หลับแล้ว” จิ่งโจวหยิบไข่ไก่ออกมาฟองหนึ่ง เช็ดจนสะอาดแล้วนำไปใส่ไว้ในเข่งไม้ไผ่ที่ใช้เก็บไข่ในครัวโดยเฉพาะ
“งั้นก็จัดห้องของลูกหน่อยสิ เผิงฮ่าวมาแล้ว ลูกไม่ชวนเขาเข้าไปเล่นในห้องเหรอ?”
“ได้ครับ”
จิ่งอวี่ชวนตั้งใจจะลองทำโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับที่เคยดื่มในซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ แล้วอุ่นซาลาเปาเพิ่มอีกสักสองสามลูก
จากนั้นเขาก็เริ่มเช็ดโต๊ะอาหาร ถูพื้น สุดท้ายพับผ้าห่มผืนเล็กที่ปกติใช้คลุมท้องบนโซฟาให้เรียบร้อย นับเป็นอันเสร็จงานทำความสะอาด
เขาคนโจ๊กในหม้อ พลางรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจ จำได้ว่ารสชาติเค็มนี่นา จะเติมเกลือลงไปหน่อยดีไหม?
ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ช่างเถอะ ไม่ใส่ก็ยังกินได้
ยกซาลาเปาจากหม้อมาวางบนโต๊ะอาหารแล้ว เขาถึงเข้าไปเรียกเซี่ยงเถียน
“เถียนเถียน ตื่นได้แล้ว”
“อืม...” เซี่ยงเถียนลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย
จิ่งอวี่ชวนอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มแดงระเรื่อของเธอ นุ่มนิ่มดี หยิกเพลินมาก เอ่อ...แต่ฟันแข็งใช้ได้เลย
“กัดคุณนะ” เซี่ยงเถียนคลายฟันที่งับมือเขาไว้
“คุณก็ไม่ได้เกิดปีหมาสักหน่อย?”
“ม้าก็กัดคนได้นะ” เซี่ยงเถียนทำท่าจะงับอีกสักสองที
จิ่งอวี่ชวนยื่นมือให้อย่างว่าง่าย “งั้นกัดอีกสองทีสิ”
เซี่ยงเถียนลุกเดินออกไป “ฉันไม่กัดหรอก”
