พอออกจากโรงหนัง ทั้งคู่ก็ไม่กล้าเดินชิดกันเหมือนเมื่อครู่อีก จิ่งอวี่ชวนชี้ไปยังเขื่อนฝั่งตรงข้ามโรงหนัง “ไปนั่งพักทางโน้นสักครู่ไหม?”
ด้านล่างเขื่อนมีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านจากตะวันออกไปตะวันตก ริมเขื่อนกั้นไว้ด้วยรั้วไม้ บนเขื่อนยังมีเก้าอี้ไม้ตั้งอยู่หลายตัวให้คนได้นั่งพัก
จิ่งอวี่ชวนเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น “จิ่งโจว...ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของผม!”
“...อะไรนะ?” เซี่ยงเถียนทำหน้าราวกับจะบอกว่าอย่ามาหลอกกันนะ! “ตาของคุณสองคนเหมือนกันเป๊ะเลย!”
จิ่งอวี่ชวนอ้าปากแล้วหุบอยู่สองสามครั้ง แถมยังเม้มริมฝีปาก ก่อนจะยอมพูดออกมาในที่สุด “เขาเป็นลูกของพี่สาวผม”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเซี่ยงเถียนยับย่นจนแทบจะรวมกันเป็นก้อน สีหน้าเหมือนคุณยายบนรถไฟใต้ดินกำลังมองโทรศัพท์มือถือไม่มีผิด
จิ่งอวี่ชวนพูดต่อ “เรื่องนี้จิ่งโจวยังไม่รู้ เพราะงั้นผมขอร้อง อย่าบอกเขานะ!”
เซี่ยงเถียนเองก็อยากถาม แต่เห็นท่าทางของจิ่งอวี่ชวนที่ไม่อยากพูด เธอจึงหันไปถามเรื่องที่สนใจมากกว่าแทน “งั้น...คุณก็ยังเป็น...”
จิ่งอวี่ชวนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเข้าใจความหมายแฝงได้ทันที!
ผิวขาวเนียนของเขาแต้มสีชมพูระเรื่อ “เป็นผู้หญิงเป็นสาว พูดอะไรแบบนั้นกัน?”
“ฉันพูดอะไรล่ะ?” เซี่ยงเถียนทำหน้าซื่อ “ฉันแค่คิดว่าคุณยอมเลี้ยงลูกของพี่สาว ก็เลยคิดว่าคุณเป็นคนดีต่างหาก!”
จิ่งอวี่ชวนลุกขึ้นยืน พลางเปลี่ยนเรื่องอย่างฉับไว “ไปกินข้าวกันไหม?”
“ไปสิ”
พวกเขามาถึงค่อนข้างเร็ว ร้านอาหารของรัฐจึงยังมีคนไม่มาก ทั้งคู่เลือกนั่งที่เดิมซึ่งคุ้นเคยกัน ส่วนจิ่งอวี่ชวนไปสั่งอาหาร
