“ได้” จิ่งอวี่ชวนเหลือบมองนาฬิกา ไหน ๆ ก็หกโมงครึ่งแล้ว ช้ากว่านี้อีกหน่อยก็ไม่เป็นไร “งั้นผมไปดูหน่อย”
ในรถเข็นเด็กมีปิ่นโตสามเถา เขาเข็นไปที่สำนักงานของฉางฟา
ก๊อก ๆ ๆ~
“เข้ามา”
ฉางฟาเงยหน้าขึ้น พอเห็นจิ่งอวี่ชวนก็เผยสีหน้าดีใจ “กลับมาทำงานแล้วเหรอ?”
“ยังครับ ที่บ้านยังมีเรื่องที่จัดการไม่เสร็จ”
ฉางฟาลุกไปชงชาสองถ้วย “มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?”
จิ่งอวี่ชวนไม่เคยนึกถึงความสัมพันธ์กับฉางฟ้ามาก่อน เส้นสายของเขาส่วนใหญ่อยู่ในกองทัพ ส่วนเส้นสายของผู้เฒ่าลู่จะอยู่ที่กรมอุตสาหกรรมมากกว่า
แต่เขาเอ่ยปากขอผู้เฒ่าลู่ไปแล้ว จิ่งอวี่ชวนจึงไม่คิดจะรบกวนคนสองคน ยิ้มพลางส่ายหน้า “ถ้ามี ผมจะบอกแน่นอนครับ”
“นั่งสิ” ฉางฟาถือชาสองถ้วยไปนั่งบนโซฟา แล้วยื่นถ้วยหนึ่งให้จิ่งอวี่ชวน ก่อนมองรถเข็นเด็กอย่างสงสัย “นี่อะไร?”
จิ่งอวี่ชวนยิ้มอย่างอ่อนโยน “รถเข็นเด็กที่ผมทำให้ลูกสาวครับ”
ดวงตาฉางฟาเป็นประกายขึ้นมาทันที เขาลุกไปเข็นรถเข็นเด็กทันควัน ลองเข็นไปข้างหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา “สะดวกดีนี่ ผลิตออกมาขายได้ไหม?”
จิ่งอวี่ชวนพอจะเข้าใจจุดประสงค์ที่ฉางฟาเรียกเขามาแล้ว โครงการเครื่องปรับอากาศเริ่มเข้าที่ เลยเตรียมพัฒนาโครงการใหม่สินะ?
“ผลิตได้ครับ แต่เลียนแบบได้ง่าย” จิ่งอวี่ชวนอธิบายให้ฉางฟาฟัง “จุดเดียวที่ต้องใช้เทคนิคอยู่ตรงนี้ ขอแค่คนที่มีความรู้ถอดประกอบสักสองรอบก็ทำเลียนแบบได้แล้ว”
