คนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็พากันออกจากโรงพยาบาลไปด้วย
จิ่งอวี่ชวนกลับถึงบ้านก็เกือบห้าทุ่มแล้ว เดิมทีเขาคิดว่าทั้งสองคนคงหลับกันหมดแล้ว แต่พอค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไป ก็สบตากับดวงตาเป็นประกายสองคู่
จิ่งอวี่ชวนส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนหลุดหัวเราะออกมา “พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน ไม่ต้องไปเรียนกันแล้วหรือไง มานั่งทำอะไรกันตรงนี้?”
เซี่ยงเถียนไม่รู้สึกผิดสักนิด เธอตบที่ว่างข้างตัวอย่างเปิดเผย “รอคุณไง”
จิ่งอวี่ชวนไม่ได้เดินไปนั่ง “พยาบาลบอกว่าแม่ลูกปลอดภัยดี” พูดพลางจับมือเซี่ยงเถียนไว้ “กลับห้องไปนอนกันเถอะ” เขายังไม่ลืมจิ่งโจวที่นั่งอยู่บนโซฟา “เธอก็รีบไปนอนได้แล้ว”
“อ๋อ” จิ่งโจวหาวแล้วผลักประตูเข้าห้องตัวเองไป
เซี่ยงเถียนกลับกระปรี้กระเปร่ามาก ต่อให้นอนอยู่บนเตียงก็ยังหลับไม่ลง เธอดึงแขนข้างหนึ่งของจิ่งอวี่ชวนมาหนุนศีรษะอย่างเคยชิน แล้วพลิกตัวไปจิ้มซี่โครงเขา
จิ่งอวี่ชวนจับนิ้วมือซุกซนของเธอไว้ แล้ววางลงบนอกตัวเอง “ไม่ง่วงเหรอ?”
“นอนไม่หลับ” เซี่ยงเถียนขยับเข้าไปใกล้ เดิมทีคิดว่าพอถึงเวลานอนก็คงหลับ แต่กลับตาสว่างเสียอย่างนั้น เธอลูบท้องตัวเอง “หิวแล้ว”
“กินบะหมี่มะเขือเทศใส่ไข่ได้ไหม?” พูดจบจิ่งอวี่ชวนก็เตรียมลุกขึ้น
“อยากกินเต้าหู้เหม็น” เซี่ยงเถียนพูดพลางดึงจิ่งอวี่ชวนเข้าไปในชั้นห้าของซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ
จิ่งอวี่ชวนมองเต้าหู้สีดำ ๆ เหลือง ๆ ที่ลอยอยู่ในหม้อ คิ้วขมวดแน่น
เด็กในท้องจะกินของแบบนี้ไหวจริง ๆ เหรอ?
เขามองเซี่ยงเถียนเลียริมฝีปากอย่างคาดหวัง ขณะตั้งหน้าตั้งตาคลุกผงกะหรี่ “ราดน้ำมันเพิ่มอีกช้อนสิ”
