จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่มีงานการเป็นหลักเป็นแหล่ง เดือนหนึ่งทำงานแบกของหนักหาเงินได้แค่ครึ่งเดือน
อีกครึ่งเดือนที่เหลือ ไม่เมาหัวราน้ำก็ไปเล่นพนัน
เมื่อเทียบกับเล่นพนันแล้ว ภรรยาของสวีเซิ่งจื่อคิดว่าเมาหัวราน้ำยังดีกว่า แต่สวีเซิ่งจื่อกลับชอบเล่นพนันมากกว่า
“ลุงขอดื่มให้เธอ ขอบคุณจริง ๆ นะ เสี่ยวโจว” เผิงกวงหมิงยกแก้วขึ้นชนกับแก้วของจิ่งโจวจากระยะไกล ก่อนจะจิบไปนิดหนึ่ง
จิ่งโจวยกน้ำอัดลมเป่ยปิงหยางขึ้นดื่มอึกใหญ่ทันที “ลุงเกรงใจเกินไปแล้วครับ ผมกับเผิงฮ่าวเป็นเพื่อนกัน”
“ใช่ ๆ” เผิงกวงหมิงไม่พูดเรื่องนี้ต่อ แล้วหันไปคุยกับจิ่งอวี่ชวนแทน
ต่งเยี่ยนก็คุยกับเซี่ยงเถียน หัวข้อหลักยังคงหนีไม่พ้นเรื่องลูก ๆ
มื้ออาหารยืดเยื้อไปถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม ต่งเยี่ยนเห็นดวงตาของเผิงกวงหมิงเริ่มฉ่ำเยิ้มและเหม่อลอย ก็รู้สึกได้ว่าท่าไม่ดี จึงเอ่ยขอตัวก่อน “รบกวนพวกคุณแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“ผมยังอยากเล่นกับจิ่งโจวอยู่เลย” เผิงฮ่าวไม่อยากกลับ นี่ยังไม่ถึงบ่ายโมงเลยนะ
ต่งเยี่ยนปวดหัวจนแทบระเบิด ทั้งสองคนเป็นตัวป่วนกันทั้งคู่ เธอกัดฟันกรอดแล้วเตือนเผิงฮ่าว “คิดว่าที่บ้านเราควรเปลี่ยนไม้ขนไก่อันใหม่หรือยัง?”
“หัวหน้าห้อง เจอกันพรุ่งนี้นะ” พูดจบเขาก็กระซิบกับจิ่งโจวด้วยเสียงที่เจ้าตัวคิดว่าเบาสุด ๆ ว่า “อย่าลืมไปตกปลาด้วยกันวันอาทิตย์หน้านะ”
ต่งเยี่ยนพยายามรักษารอยยิ้มไว้ มือซ้ายประคองเผิงกวงหมิง มือขวาจูงเผิงฮ่าว “ไม่ต้องส่งแล้วค่ะ”
ถึงเธอจะพูดอย่างนั้น แต่ทั้งครอบครัวก็ยังเดินไปส่งถึงหน้าประตูใหญ่
