“อรุณสวัสดิ์” เซี่ยงเถียนมองจิ่งอวี่ชวนที่ทำท่าคนปรุงอาหาร มือถือช้อนคนโจ๊กไปมา ก่อนจะยิ้มทักจิ่งโจว
“หอม...ขนาดนี้เลยเหรอ?” คำสุดท้ายแทบเปล่งไม่ออก เมื่อเห็นของคุ้นตาในหม้อ กลิ่นชวนให้บรรยายไม่ถูกก็พลันตีขึ้นมา
จิ่งโจวมองจิ่งอวี่ชวนอย่างไม่อยากเชื่อ “พ่อ ไปเจอเรื่องอะไรมาหรือเปล่า?” ถึงได้เอาความโมโหใส่ลงไปในอาหารด้วย?
เซี่ยงเถียนหลุดหัวเราะพรืด
จิ่งอวี่ชวนไม่แม้แต่จะเงยเปลือกตา “ถ้าเก่งจริงก็อย่าดื่มสิ”
“ผมไม่ดื่มหรอก ไม่ดื่มแน่นอน” จิ่งโจวรีบยืนยัน ถึงจะหอมแค่ไหนก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าในนี้ใส่ไข่เน่าไม่ได้
“ฉันว่าเธอลองชิมดูก็ได้นะ นี่ฝีมือพ่อเธอเลย” เซี่ยงเถียนพูดกลั้วหัวเราะ
จิ่งโจวชี้ไปที่หม้อ “ไข่เน่านี่กินได้ด้วยเหรอ?”
“นี่ไข่เยี่ยวม้า” จิ่งอวี่ชวนตักโจ๊กใส่ชามแล้ว
กลิ่นหอมยิ่งชัดขึ้น จิ่งโจวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แม่เขาเชื่อถือได้อยู่แล้ว งั้น...ลองชิมดูสักหน่อยไหม?
“เมื่อกี้เธอบอกว่าไม่ดื่มไม่ใช่เหรอ?”
“ผมยังไม่ตื่นเต็มตา เลยพูดละเมอน่ะ พ่ออุตส่าห์ทำอาหารตั้งแต่เช้าตรู่ ผมจะไม่กินได้ยังไงล่ะ”
จิ่งอวี่ชวนส่งเสียงหัวเราะเย็นชา
จิ่งโจวรีบวิ่งไปเล้าไก่ “ผมไปให้อาหารไก่ก่อนนะ”
“พ่อให้อาหารไปแล้ว ไปจัดการธุระส่วนตัวเถอะ” จิ่งอวี่ชวนตักโจ๊กใส่ชามให้จิ่งโจวแล้ววางพักไว้ให้เย็น
“ได้เลย!”
จิ่งโจวตักโจ๊กคำแรกเข้าปากด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ แต่พอได้ชิมแล้วก็หยุดไม่ได้อีก “อร่อย ไข่เยี่ยวม้านี่อร่อยจริง ๆ”
“ไส้ขึ้นฉ่ายกับหมู กินสักลูกสิ” เซี่ยงเถียนชี้ไปที่หมั่นโถว
