คนกลุ่มนั้นรีบยกทั้งคนทั้งเปลหามไปวางไว้ท้ายกระบะด้านหลังรถกระบะ เซี่ยงเถียนนั่งอยู่มุมหนึ่งด้านใน มือกุมมือเซี่ยงฉิงไว้แน่น ส่วนไช่เส้าหรุ่ยนั่งอยู่อีกด้าน คอยประคองเปลหาม
“เถียนเถียน!” จิ่งอวี่ชวนวิ่งมาถึงตอนรถกำลังจะออกตัว พอกระโดดขึ้นท้ายกระบะได้ รถก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากสาย
ฟ่านจงไห่ที่กำลังจะขึ้นรถยื่นมือออกไป แต่กลับรู้สึกได้ถึงแรงเฉี่ยวและลมแรงที่ปะทะเข้ามา...
“ถุย!” เขาถุยทรายที่อยู่ในปากออกมา แต่ยังไม่หมด จึงรีบถุยอีกหลายครั้ง “ถุย ๆ!”
“หัวหน้าครับ คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
“แล้วรถจี๊ปล่ะ? ทำไมถึงเอารถกระบะมา?” ฟ่านจงไห่กลัวว่าพอรถกระเทือน เด็กจะกระเด็นออกจากท้ายรถไปเสียก่อน
“รถจี๊ปไม่ได้อยู่ในโรงงานครับ หัวหน้าฟ่านให้เอารถกระบะมา”
ฟ่านจงไห่รู้สึกเหมือนมืดแปดด้าน อยากตามไปโรงพยาบาล แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเจิ้งเฟินฟางยังอยู่ในสำนักงาน
เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างฉุนเฉียว ก่อนขึ้นไปยังสำนักงาน
สองคนที่จับเจิ้งเฟินฟางไว้คลายมือออก แต่ดูเหมือนเธอจะมึนงงจากการถูกไช่เส้าหรุ่ยใช้ม้านั่งฟาดเมื่อครู่ แม้ถูกปล่อยแล้วก็ยังนอนคว่ำอยู่กับพื้น ไม่ขยับเขยื้อน
“เจิ้งเฟินฟาง!” ฟ่านจงไห่ตะโกนเรียกจบก็ยกมือกุมศีรษะ ตาพร่ามืดเพราะขาดอากาศ...
“หัวหน้าครับ” คนข้าง ๆ รีบประคองเขา แล้วเลื่อนเก้าอี้มาให้
ฟ่านจงไห่นั่งลง มองเจิ้งเฟินฟางจากด้านบน พยายามควบคุมน้ำเสียงแต่ก็ยังกลั้นความโกรธไว้ไม่อยู่ “เจิ้งเฟินฟาง ตอนนี้ก็ยังอยู่ฝ่ายการเงิน คุยกันตามลำพังได้แล้ว เธอช่วยบอกฉันทีว่าเป็นบ้าอะไรขึ้นมา หา?”
