ถึงจะเป็นพี่น้องแท้ ๆ ก็ยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน พอพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้เงินก็ไม่เหมาะ จิ่งอวี่ชวนจึงเอ่ยขึ้นว่า “งั้นคราวหน้ากลับมา ฉันจะชดใช้เป็นเนื้อให้”
“ได้เลย แบ่งเนื้อให้ฉันเยอะหน่อยก็ดี จะได้เอาไปให้บ้านพ่อตาฉันได้มากขึ้น” หลิวยี่เหอยิ้มพลางไม่ลืมหันไปขยิบตาให้หลันชุ่ยหลิง
จางหงกังก็พยักหน้า การได้โควตางานมาแลกกับถุงน้ำดีหมีเป็นความสามารถของจิ่งอวี่ชวนเอง คราวหน้าขึ้นเขาแล้วแบ่งเนื้อให้พวกเขามากหน่อยยังเหมาะกว่าจะให้เงินเสียอีก
หลันชุ่ยหลิงกับฉีฮวนไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้เลย แถมยังดีใจแทนเซี่ยงเถียนจากใจจริงด้วย
“เถียนเถียน เปลี่ยนไปทำงานอะไรเหรอ?” ฉีฮวนถาม
“ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานเหล็กกล้า”
หลันชุ่ยหลิงยิ่งตื่นเต้น “ฝ่ายประชาสัมพันธ์ดีนะเถียนเถียน ฉันจะบอกให้ ตอนเพิ่งไปทำงานที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฉันนึกว่านี่เป็นการทดสอบอะไรสักอย่างจากทางหน่วยงานเสียอีก ทุกวันก็แค่ดื่มชาแล้วก็ถักเสื้อไหมพรม จนฉันกลัวไปหมด มีแค่ช่วงต้นเดือนที่เปลี่ยนป้ายประกาศถึงจะยุ่งหน่อย แล้วก็ช่วงเทศกาล นอกนั้นสบายมาก”
เซี่ยงเถียนพยักหน้าหงึก ๆ หลันชุ่ยหลิงก็ทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์เหมือนกัน เพียงแต่เป็นของโรงงานเหล็กกล้า งานก็คงคล้าย ๆ กันพอดี เซี่ยงเถียนจะได้ขอคำแนะนำจากเธอด้วย
หลันชุ่ยหลิงตอบทุกอย่างที่รู้ ไม่มีกั๊ก “มีอะไรสงสัยก็ถามฉันได้เลย ฉันจะอธิบายให้เข้าใจแจ่มแจ้ง”
เซี่ยงเถียนพยักหน้ารัว ๆ “ได้ ๆ ดีเลย”
กินข้าวเสร็จ ทุกคนก็หิ้วปิ่นโตคนละใบกลับไป หวงต้าเหยียนยังบ่นพึมพำว่า พวกเขากินเหมือนจูปาเจี้ยกินผลโสม คนอื่นอุตส่าห์แบ่งให้ แต่กลับเสียของเปล่า ๆ
