เซี่ยงเถียนยกมุมปากขึ้นนิด ๆ พลางลูบจมูก รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง อีกฝ่ายคงไม่ได้คิดว่าเธอมีปัญหาทางจิตหรอกนะ?
หลินสงไม่ได้คิดว่าเธอมีปัญหาหรอก ตอนที่ไปหาจิ่งอวี่ชวน เขากลับพูดว่า “มีผู้หญิงคนหนึ่งแอบอ้างว่าเป็นแฟนคุณอยู่ข้างนอกห้องทำงาน”
จิ่งอวี่ชวนรู้สึกเปลือกตากระตุก พยายามข่มใจไม่ให้กลอกตา หลินสงคนนี้ดีไปเสียทุกอย่าง ทั้งขยันก้าวหน้า มุ่งมั่นใฝ่เรียนรู้ แถมยังรักงานวิจัยอย่างคลั่งไคล้ เพียงแต่สมองคงเอาไปใช้กับงานวิจัยและการทดลองจนหมดแล้ว
หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่เคยสนใจเรื่องชาวบ้านเลย จิ่งอวี่ชวนจึงอธิบายให้อย่างใจดีว่า “นั่นน่าจะเป็นแฟนผมเอง ตอนนี้เธอทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์”
หลินสงทำหน้าแปลกใจ ก่อนจะถามต่อว่า “แล้วทำไมคุณยังไม่ไปหาเธออีกล่ะ?”
จิ่งอวี่ชวนชินกับวิธีพูดของหลินสงแล้ว “ขอบคุณพี่หลินที่มาบอก ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ”
เขายังแอบสงสัยอยู่ในใจว่าทำไมคนที่มาเปิดประตูถึงเป็นหลินสง แต่พอเดินออกไปก็พบว่าทั้งห้องทำงานไม่มีใครอยู่แล้ว ถึงได้เข้าใจว่าทุกคนไปโรงอาหารกันหมด
เขาเปิดประตูออกพลางหัวเราะเบา ๆ เซี่ยงเถียนถือของมาหลายอย่าง ถุงตาข่ายที่เห็นดูเหมือนของขวัญปีใหม่จากที่ทำงาน
แต่จิ่งอวี่ชวนไม่ได้ให้เซี่ยงเถียนเข้าไปในห้องทำงาน กฎก็ต้องเป็นกฎ ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้เรื่องบางอย่างของฝ่ายประชาสัมพันธ์อยู่บ้าง เพราะเป็นแผนกที่งานสบาย เขาจึงถามว่า “กำลังจะกลับบ้านแล้วเหรอ?”
“ใช่สิ” ดวงตาเซี่ยงเถียนเป็นประกายระยิบระยับ เลิกงานแล้วไม่รีบกลับก็เหมือนสมองมีปัญหา “นี่กล่องข้าวของคุณ ฉันกลับบ้านก่อนนะ”