ช่วงบ่าย ทั้งกลุ่มตรงไปบ้านสวี่ชิงอวี้ โดยเอาเสื้อผ้าที่จิ่งโจวต้องแก้ไปด้วย อีกทั้งยังหอบผ้ามาไม่น้อย
ตกลงกันไว้แล้วว่า ก่อนจิ่งโจวเปิดเรียนหนึ่งวัน ทุกคนจะกินหม้อไฟฉลองด้วยกัน
เตรียมวัตถุดิบไว้มากมาย นอกจากเนื้อวัวกับเนื้อหมูแล้ว ยังมีผักอีกหลายชนิด จิ่งจวิ้นกังถึงกับไปแลกเต้าหู้มาอีกก้อน ทั้งยังแลกแผ่นฟองเต้าหู้มาไม่น้อย
น้ำซุปเคี่ยวจากไก่กับเห็ด ส่งกลิ่นหอมชวนกินตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม
เซี่ยงเถียนยังปรุงน้ำจิ้มให้ตัวเองด้วย งาขาวบดสองช้อน น้ำมันพริกหนึ่งช้อน กระเทียมบดหนึ่งช้อน น้ำส้มสายชูสองช้อน แล้วเติมน้ำตาลลงไปอีกนิด
เห็นจิ่งอวี่ชวนขมวดคิ้ว เซี่ยงเถียนจึงคีบเนื้อชิ้นหนึ่งคลุกน้ำจิ้มจนทั่ว ก่อนวางลงในชามของเขา “ลองชิมดูสิ”
จิ่งอวี่ชวนกลืนน้ำลาย ไม่ใช่เพราะอยากกิน แต่เพราะตกใจ เนื้อชิ้นนั้นแทบดูไม่ออกแล้วว่าเดิมทีหน้าตาเป็นอย่างไร นี่มันกินเนื้อที่ไหนกัน นี่มันกินน้ำจิ้มชัด ๆ
เขาคีบขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ พยักหน้าก่อนพูดว่า “อร่อย...” แล้วอดพูดต่อไม่ได้ว่า “เดี๋ยวผมไปรินน้ำให้คุณสักแก้ว”
ทั้งเค็ม ทั้งเผ็ด ทั้งเปรี้ยว...
จิ่งโจวเองก็อยากรู้อยากเห็น เขาขยับชามเข้ามาใกล้ “ผมก็อยากลองชิม แม่”
เซี่ยงเถียนจัดเต็มน้ำจิ้มให้จิ่งโจวอย่างใจกว้าง ก่อนวางลงในชามของเขา
ซี้ด~
จิ่งโจวเผ็ดจนปลายลิ้นชา แต่ดวงตากลับเป็นประกาย “อร่อย”
เซี่ยงเถียนยื่นมือออกมาอย่างภูมิใจราวกับเห็นลูกศิษย์เติบโต “เอาชามมา เดี๋ยวแม่ปรุงให้”
จิ่งอวี่ชวนรู้สึกว่าขมับกระตุกเบา ๆ ก่อนจะเห็นเซี่ยงเถียนเติมน้ำส้มสายชูลงในชามของจิ่งโจวอีกหนึ่งช้อนอย่างอารมณ์ดี
