“ไม่... แค่ก... ไม่ไปโรงพยาบาล...” เมิ่งชางกัดฟันพูดออกมา
เขารู้ดีว่าช่วงล่างบาดเจ็บ เพราะทั้งคู่กลิ้งตกเนินเขาลงมาพร้อมกัน ระหว่างทางก็กลิ้งกระแทกไปหลายตลบ เขานึกอยู่หลายครั้งว่ามันคงหักไปแล้ว ถ้าไม่บาดเจ็บสิถึงจะแปลก
“คุณปู่ซุน แค่ก... รบกวนขอเสื้อผ้าสักชุดให้เราสองคนได้ไหมครับ? พอกลับถึงจุดพักปัญญาชนแล้ว เราจะซักสะอาดแล้วเอามาคืน” เมิ่งชางยังพอมีสติคิดอะไรได้ เพียงแต่ควบคุมท้องไส้ที่ปั่นป่วนไม่ได้เท่านั้น
วันนี้พวกปัญญาชนได้หยุดงาน แทนที่จะไปเอาเสื้อผ้าที่จุดพักปัญญาชน สู้ใส่เสื้อผ้ากลับไปเลยดีกว่า จะได้ไม่เป็นจุดสังเกต
“ได้สิ” ซุนฝูซิงไม่ใช่คนขี้เหนียว เขาหยิบเสื้อผ้าที่ปกติใส่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาให้ทั้งคู่ทันที
เซี่ยงอ้ายตั่งเห็นทั้งสองคนค่อย ๆ เปิดผ้าห่มอย่างเชื่องช้า สายตาเขาก็เผลอมองช่วงล่างของทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว “พวกคุณพักอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ผมไปก่อนล่ะ”
ลู่ชิงเฉินอยากพูด เขาอยากถามเซี่ยงอ้ายกั๋วว่าระหว่างทางมีใครเห็นพวกเขาหรือเปล่า แต่พออ้าปากก็รู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมา จึงได้แต่กัดฟันแน่น พยายามเกร็งช่วงท้ายอย่างระมัดระวัง ตอนแรกก็แค่รู้สึกตึง ๆ เบา ๆ พอออกแรงนิดหน่อยก็ “ซี้ด...” เจ็บจนตัวสั่น แล้วก็ “แค่ก...” แค่ขยับก็อยากอาเจียนอีกแล้ว
ซุนฝูซิงเบ้ปาก “ถ้าอ้วกใส่เตียง ห้าหยวนนะ”
ลู่ชิงเฉินครางฮึดฮัดสองที ก่อนยกมือปิดปากแล้วหลับตา
“พี่ใหญ่” เซี่ยงฉิงกะพริบตาปริบ ๆ เซี่ยงอ้ายกั๋วหันไปมองข้าง ๆ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันคงไม่เข้าบ้านเดียวกันจริง ๆ ตงอวี่เหลียงเองก็จ้องเขาตาไม่กะพริบ ท่าทางกระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็นไม่ต่างกัน
