ครืดคราด ๆ ครืดคราด ๆ~
เสียงใสกังวานดังขึ้น หลิวยี่เหอก็ถอนหายใจโล่งอก “ขึ้นมา ไปกันเถอะ”
จิ่งอวี่ชวนกระทืบเท้าก่อนก้าวขึ้นเบาะหลัง ปั่นไปได้ไม่ไกล เขาก็เริ่มรู้สึกชาที่ก้น จึงถามอย่างไม่แน่ใจว่า “รถนี่ไม่มีปัญหาจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่มีปัญหา” หลิวยี่เหอปั่นเร็วสุด ๆ ยามค่ำคืนบนถนนแทบไม่มีคน สุดท้ายก็พามาถึงหน้าลานบ้านหมายเลข 28
สิ่งแรกที่จิ่งอวี่ชวนอยากทำคือถูบั้นท้าย ก้นเขาสั่นสะเทือนไปหมด แต่หลิวยี่เหอกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หิ้วกระสอบป่านสองใบแล้วยังหันมามองจิ่งอวี่ชวน “ถือสิ มัวคิดอะไรอยู่?”
จิ่งอวี่ชวนพูดไม่ออก ต่อไปเขาจะไม่ซ้อนท้ายรถสามล้อคันนี้อีกแล้ว เขาหิ้วกระสอบป่านอีกสองใบเข้าบ้านไปด้วย
“ทำไมของเยอะขนาดนี้?” เซี่ยงเถียนได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากห้องนอน
“พี่สะใภ้”
“รีบเข้ามาสิ เดี๋ยวฉันรินน้ำให้ดื่ม จะได้อุ่นขึ้น”
“ไม่ต้องแล้ว ผมไปก่อน” หลิวยี่เหอวางกระสอบป่านลงแล้วรีบออกจากบ้าน เขาไม่กล้าดับเครื่องด้วยซ้ำ กลัวว่าจะสตาร์ตไม่ติดอีกแล้วขายหน้า...
“เขายังมีธุระ” จิ่งอวี่ชวนยกกระสอบป่านไปวางไว้ที่ลานหลังบ้านทันที “มาดูสิ พอวันมะรืนได้หยุด เราจะเอาไปฝากพ่อแม่เราสักหน่อย”
เซี่ยงเถียนมองกระสอบป่านสี่ใบอย่างงุนงง จิ่งโจวเองก็ได้ยินเสียงแล้ววิ่งออกมา
“พ่อ กลับมาแล้วเหรอ”
“อืม” จิ่งอวี่ชวนพยักหน้า “เอาเนื้อกลับมาด้วย ลองดูสิ”
จิ่งโจวเปิดกระสอบใบหนึ่งแล้ว “อ้า~ อื้อ~” เขาเกือบจะร้องออกมา แต่ก็ยกมือปิดปากตัวเองไว้ทัน
