“ไปเถอะ” ซุนเว่ยเซียงยืดเส้นยืดสาย ช่วงสองสามวันนี้เขาตึงเครียดอยู่ไม่น้อย ทั้งที่งานนี้ควรเป็นหน้าที่ของหัวหน้ากองจ้าว แต่สุดท้ายกลับโยนมาให้เขารับผิดชอบ เขากลัวว่าจะเกิดข้อผิดพลาดตรงไหน โชคดีที่หลังจากส่งรายชื่อให้ฝ่ายบุคคลแล้ว ก็ไม่มีธุระอะไรของแผนกพวกเขาอีก
เซี่ยงเถียนตรงไปยังแผนกการเงิน ช่วงกลางเดือนเป็นเวลาที่แผนกการเงินว่างที่สุด ตอนนี้เซี่ยงฉิงกำลังคุยกับเพื่อนร่วมงานอยู่ที่นั่น
ก๊อก ๆ ๆ~
เซี่ยงเถียนเคาะประตู
“พี่เถียนเถียน!” พอเห็นเซี่ยงเถียน เซี่ยงฉิงก็ดีใจจนกระโดดตัวลอย แล้ววิ่งออกไปหา
“ทำงานที่แผนกการเงินเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยงฉิงดึงเธอเดินไปข้าง ๆ พลางถามไปด้วย
จู่ ๆ เซี่ยงฉิงก็เขินขึ้นมา หยุดอยู่ตรงบันได ใบหูแดงระเรื่อ “ก็ดีนะ”
เซี่ยงเถียนได้กลิ่นเรื่องเด็ดเข้าแล้ว เธอเลิกคิ้ว ยิ้มบาง ๆ “ดีตรงไหนล่ะ ขอฉันเดานะ ผู้ชายในแผนกการเงินดีใช่ไหม?”
“โธ่ ไม่ใช่สักหน่อย” เซี่ยงฉิงจับมือเซี่ยงเถียนแล้วกระทืบเท้า
“งั้นเป็นใครล่ะ?”
“พี่รู้ได้ยังไงว่ามีใครด้วย?”
เซี่ยงเถียนเกือบหลุดหัวเราะ “หน้าแดงขนาดนี้ จะให้ฉันเดาเป็นอย่างอื่นได้ยังไงล่ะ”
เซี่ยงฉิงแตะแก้มตัวเอง “ไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย”
“เล่ามาสิ เป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยงเถียนอยากรู้จริง ๆ
“อาจารย์ของฉันแนะนำลูกชายให้รู้จักน่ะ”
เซี่ยงเถียนรออยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรต่อ จึงถามว่า “แล้วเป็นยังไง?”
“หลังจากนั้นเราก็เจอกันครั้งหนึ่ง ฉันรู้สึกว่าเขาดีมากเลย”
“เขาทำงานอะไร?”
“เป็นช่างเทคนิคที่โรงงานเครื่องจักร รับผิดชอบซ่อมเครื่องจักรขนาดใหญ่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ แถวนี้ พวกแทรกเตอร์อะไรทำนองนั้น” พอเซี่ยงฉิงพูดถึงเขา ดวงตาก็เป็นประกาย
