แสงไฟในทางเดินขาวซีดจนชวนหดหู่ เคอเหยี่ยนพิงกำแพงอยู่หน้าห้องคลอด มือทั้งสองข้างห้อยแนบลำตัว เล็บจิกลงบนฝ่ามือแน่น
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากปลายทางเดิน เคอจือเหิงกับเสิ่นชิงหว่านเดินตามกันมา
“พี่ เป็นยังไงบ้างแล้ว?”
“เข้าไปได้พักหนึ่งแล้ว”
เคอจือเหิงตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกาย
เสิ่นชิงหว่านยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ไม่ได้พูดอะไร สายตาจับจ้องอยู่ที่ประตูห้องคลอดตลอดเวลา
เกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ประตูลิฟต์ตรงสุดทางเดินเปิดออก คุณปู่เคอถือไม้เท้าค่อย ๆ เดินเข้ามา
เคอเหยี่ยนยังคงพิงกำแพงหน้าห้องคลอด แม้ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ไม่หันไปมอง
คุณปู่เคอเดินถือไม้เท้ามาหยุดยืนข้างเขา ทั้งสองคนไม่มีใครเอ่ยปากก่อน
ทางเดินเงียบงันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะมีเสียงร้องแผ่วเบาของเจียงหนิงดังลอดมาจากในห้องคลอด เคอเหยี่ยนเกร็งไปทั้งร่าง
คุณปู่เคอถอนหายใจ ล้วงซองเอกสารกระดาษสีน้ำตาลออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้เขา
“รับไป”
เคอเหยี่ยนไม่รับ ทั้งยังไม่มองท่านด้วย
คุณปู่ยื่นซองเข้าไปใกล้อีกนิด “แกใส่ใจผู้หญิงคนนั้นมากกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก ฉันแก่แล้ว ตระกูลเคอก็ดูแลไม่ไหวอีกต่อไป เอกสารฉันเซ็นเรียบร้อยแล้ว ยกให้แกจัดการทั้งหมด”
คราวนี้เคอเหยี่ยนถึงหันไปมอง คุณปู่เคอถูกจ้องจนทำตัวไม่ถูก จึงกระแอมเบา ๆ แล้วล้วงบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยัดใส่มือเขาพร้อมกับซองเอกสาร
“บัตรใบนี้เป็นของขวัญรับขวัญเจียงหนิงกับลูก รหัสคือวันเกิดพ่อของแก”
เคอเหยี่ยนก้มมองของในมือ อ้าปากเหมือนจะพูด แต่ยังไม่ทันเปล่งเสียง เสียงร้องจากในห้องคลอดก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ยาวกว่าเดิม ทั้งยังเจือเสียงสะอื้น
เคอเหยี่ยนถลาไปทางประตูห้องคลอดครึ่งก้าว
