หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
หิมะละลายแล้ว ถนนก็กลับมาใช้ได้ตามปกติ วันที่มหาวิทยาลัยหัวชิงส่งประกาศแจ้งกำหนดเปิดเรียน เจียงหนิงก็ตื่นแต่เช้าเพื่อเก็บกระเป๋าเดินทาง
เธอนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นห้องนอน พับเสื้อไหมพรมในตู้ทีละตัวแล้วจัดเรียงลงในกระเป๋า
พับไปพับมา เธอก็รู้สึกว่าพับได้ไม่เรียบร้อยพอ จึงหยิบออกมาพับใหม่ วุ่นวายซ้ำไปซ้ำมาถึงสามรอบ ในกระเป๋าก็ยังมีเสื้อผ้าอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น
เธอรู้ดีว่าตัวเองใจลอย เพราะเสิ่นเจวี้ยนกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกชั้นล่าง
เขาหายป่วยแล้ว ไข้ลดลง และกลับมาเป็นคนเย็นชาเงียบขรึมเหมือนเดิม
แต่พอเจียงหนิงนึกถึงคืนนั้นที่ตัวเองตกลงไปบนเตียงของเขา ถูกเขากอดไว้ให้อุ่นตลอดทั้งคืน แล้วเช้าวันต่อมาก็วิ่งออกจากบ้านเขาไปทั้งที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง เธอก็รู้สึกกระอักกระอ่วนไปทั้งตัว
ที่แย่กว่านั้นคือ หลังจากคืนนั้น เธอฝันถึงเรื่องเดิมติดต่อกันเป็นสัปดาห์ ในฝันมีแต่ลมหายใจร้อนผ่าวของเสิ่นเจวี้ยนที่พ่นลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอ กับดวงตาคู่นั้นที่แดงก่ำเพราะพิษไข้ยามเขาเงยหน้ามอง
แล้วยังจูบนั้นอีก...
เพราะอย่างนั้น ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอแค่เสิ่นเจวี้ยนมาที่บ้าน เธอก็จะหลบขึ้นไปชั้นบน
หลบบ่อยเข้า แม้แต่เจียงมู่ก็ยังดูออกว่ามีอะไรผิดปกติ
ตอนนี้เจียงมู่เดินขึ้นมาจากชั้นล่าง พอผ่านหน้าห้องนอนเธอก็ชะโงกหน้าเข้ามาครึ่งหนึ่ง เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บนพื้น กระเป๋าเดินทางวางอ้าอยู่ข้างเท้า ทิ้งไว้นานแล้วแต่แทบไม่ได้ขยับ
“พี่ ทำอะไรอยู่เหรอ?”
เจียงหนิงได้สติ รีบยัดเสื้อไหมพรมในมือลงกระเป๋า
“เก็บกระเป๋าไง มะรืนก็กลับมหาวิทยาลัยแล้ว”
