เสิ่นเจวี้ยนเอียงศีรษะเล็กน้อย คล้ายกำลังไตร่ตรองอยู่ ผ่านไปสองวินาทีจึงเอ่ยขึ้น
“ตอนแรกเป็นเพราะคะแนนความเข้ากันได้”
“ต่อมา...ก็ถูกเธอดึงดูด”
เสียงโอดครวญดังระงมจากบรรดานักศึกษาหญิงด้านล่าง รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นชะงักไป ก่อนจะนั่งลงอย่างเก้อเขิน
เพื่อนสาวข้างกายสองสามคนตบไหล่ปลอบเธอเบา ๆ คาดว่าเดิมทีคงกะไว้ว่าพอจบงานเสวนาจะไปขอแอดวีแชตเขา แต่ตอนนี้คงหมดหวังแล้ว
เจียงหนิงเม้มริมฝีปาก แก้มป่องขึ้นมา
ชอบหนิงหนิง
ที่แท้เขาก็ชอบหนิงหนิง
ในเมื่อชอบหนิงหนิงขนาดนั้น แล้วที่จูบเธอ ทั้งยังชวนเธอออกไปข้างนอกนี่มันหมายความว่ายังไง?
คุยกับหนิงหนิงทางออนไลน์อย่างหวานชื่น ขณะเดียวกันก็ทั้งกอดทั้งโอบเธอในชีวิตจริง แถมยังอยากให้เธอออกไปข้างนอกตอนกลางคืนอีก
ผู้ชายเฮงซวย!
เฮงซวยที่สุด!
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ความอึดอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบอยากพุ่งขึ้นไปบนเวทีเดี๋ยวนี้ แล้วข่วนใบหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นของเสิ่นเจวี้ยนให้เป็นรอย
สวีเหมยเหมยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ดูห่อเหี่ยวไปแล้ว เธอล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ถ่ายรูปอีก เอาแต่ฟุบหน้าลงบนโต๊ะถอนหายใจยาว ๆ
“มีแฟนแล้ว มีแฟนแล้ว ฉันยังไม่ทันเริ่มรักก็อกหักเสียแล้ว”
พอจบงานเสวนา เวทีบรรยายก็ถูกล้อมจนแทบไม่มีช่องว่าง
บางคนถามเรื่องประสบการณ์เริ่มต้นธุรกิจ บางคนถามวิธีหาทุนลงทุน ยังมีนักศึกษาหญิงใจกล้าสองสามคนเบียดอยู่แถวหน้าสุด ถามว่ามีอวี่รับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่า
เสิ่นเจวี้ยนยืนอยู่กลางฝูงชน พาดเสื้อสูทไว้บนข้อพับแขน
เสื้อคอสูงขับให้ลำคอของเขาดูเรียวยาว เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อฟังคนอื่นพูด พยักหน้าเป็นครั้งคราว ตอบอย่างอดทนและกระชับ
