เคอเหยี่ยนยังคงไม่พูดอะไร
เจียงหนิงคิดว่าเขารังเกียจที่มันเป็นของมือสอง จึงรีบเสริมว่า “รอพวกเราเก็บเงินได้มากพอแล้ว ค่อยซื้อเครื่องใหม่ให้คุณนะ เครื่องนี้ใช้ไปก่อน”
เสียงของเคอเหยี่ยนแหบพร่า “คุณเอาเงินมาจากไหน?”
“ก่อนหน้านี้ฉันทำงานเป็นแม่บ้าน เก็บเงินไว้ได้นิดหน่อย พอเอามารวมกันก็ซื้อได้พอดี”
หน้าจอโทรศัพท์ในฝ่ามือสว่างขึ้นเมื่อเคอเหยี่ยนกดเปิด ภาพพื้นหลังเป็นหน้าจอเริ่มต้นแบบเรียบง่ายที่สุด
“แล้วคุณล่ะ? มีโทรศัพท์ไหม?”
“มีสิ โทรศัพท์เก่า ๆ ของฉันยังใช้ได้อยู่”
“ยี่ห้ออะไร?”
“...ใช้ได้ก็พอแล้ว ถามเยอะแยะไปทำไม”
เคอเหยี่ยนมองเธอด้วยแววตาลึกล้ำ เจียงหนิงถูกจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูก จึงก้มหน้าคีบซี่โครงเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ
“มันไม่ได้แพงจริง ๆ นะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไว้วันหลังคุณหาเงินได้เยอะ ๆ ค่อยซื้อเครื่องดี ๆ ให้ฉันก็แล้วกัน ตกลงไหม?”
“ได้”
เคอเหยี่ยนเก็บโทรศัพท์กลับใส่ถุง วางไว้ให้เรียบร้อย จากนั้นยกกล่องข้าวขึ้นมากินต่อ เพียงแต่คราวนี้เขากินช้ากว่าเมื่อครู่มาก เคี้ยวแต่ละคำอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ผ่านไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นว่า “ร้านอาหารที่คุณทำงานอยู่ที่ไหน?”
“อยู่ในตรอกแถวใจกลางเมือง ชื่อร้านอาหารตะวันตกสือกวง”
“เวลาเข้างานเลิกงานล่ะ?”
“สิบโมงเช้าถึงสองทุ่ม แต่บางทีก็ต้องเก็บงาน อาจลากยาวไปถึงหลังเที่ยงคืน”
เคอเหยี่ยนขานรับเบา ๆ
“ต่อไปผมจะไปรับคุณทุกวัน”
“ไม่ต้องหรอก ไซต์งานของคุณเลิกตั้งสองทุ่ม แล้วยังต้องรีบมาที่นี่อีก จะเหนื่อยเปล่า ๆ ฉันขี่รถกลับเองได้”
