“หาที่พักโรงแรมก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปลาออกจากสือกวง”
แท็กซี่จอดหน้าที่พักราคาประหยัดแห่งหนึ่งในตัวเมือง เจียงหนิงจ่ายค่าโดยสารแล้วเข้าไปใช้บัตรประชาชนลงทะเบียนห้องเดี่ยวที่ถูกที่สุด
พอเข้าห้อง เธอก็โยนกระเป๋าลงบนเตียง แล้วทิ้งตัวนอนหงายมองเพดาน
เตียงในโรงแรมนุ่มมาก ไม่เหมือนเตียงไม้กระดานแข็ง ๆ ที่บ้านคุณยายจ้าว ร่างทั้งร่างจมลงไป ราวกับนอนอยู่บนกองปุยนุ่น
แต่มันเงียบเกินไป
ไม่มีเสียงหมาเห่าที่ดังแว่วมาจากปากตรอกเป็นครั้งคราว ไม่มีเสียงวิทยุในห้องคุณยายจ้าวที่เปิดเพลงงิ้วดังเจื้อยแจ้ว และไม่มีเสียงซู่ซ่าของซุ้มองุ่นที่ไหวตามแรงลม
เจียงหนิงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ
ไม่คิดแล้ว
พรุ่งนี้ไปลาออก จากนั้นหาบ้านเช่าสักแห่งแล้วค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อไป
มีเงินห้าล้านอยู่ในมือ เธอเปิดร้านขนมหวานเป็นของตัวเองได้แล้ว
ใช่แล้ว เปิดร้านขนมหวาน!
แต่จะใช้ชื่อหนิงเหยี่ยนไม่ได้ ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่
เธอคิดชื่อเองก็แล้วกัน
เช้าวันต่อมา ตอนเก้าโมงครึ่ง เจียงหนิงก็มาถึงร้านอาหารสือกวง
ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน โจวหงกำลังนั่งตรวจบัญชีอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ พอเห็นเธอเข้ามาก็เงยหน้าขึ้นยิ้ม
“มาแล้วเหรอ? คลิปของเธอเมื่อวานยอดวิวเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่น วันนี้คงต้องต่อแถวกันอีก เตรียมทีรามิสุไว้เพิ่มสักสองถาดนะ”
“พี่โจว ฉันมาลาออกค่ะ มีธุระส่วนตัวนิดหน่อย ต่อจากนี้คงทำงานต่อไม่ได้แล้ว”
โจวหงวางปากกา มองเธอด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น? เงินเดือนน้อยไป หรือมีใครมาหาเรื่องเธอ? บอกพี่ได้นะ”
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ” เจียงหนิงส่ายหน้า “ฉันมีธุระส่วนตัวต้องจัดการ เวลาไม่พอจริง ๆ รหัสบัญชีฉันจะให้พี่นะ พี่ให้คนอื่นในครัวออกกล้องแทนก็ได้ ฉันสอนพวกเขาได้ค่ะ”
