แสงยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กในครัว ตกกระทบบนใบหน้าด้านข้างของเธอ ผมถูกรวบหนีบไว้อย่างลวก ๆ ด้วยกิ๊บหนีบผม ปอยผมเล็ก ๆ หลายเส้นตกอยู่ข้างใบหูและงอนเล็กน้อยเพราะไอร้อน
เมื่อเสิ่นเจวี้ยนผลักประตูห้องออกมา ภาพที่เห็นก็คือภาพนี้
หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เป็นภาพธรรมดา ๆ เท่านั้น ในหม้อมีอาหารร้อน ๆ บ้านก็อบอุ่น ส่วนด้านนอกหน้าต่างหิมะตกหนัก
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าพวกเขาสองคนใช้ชีวิตแบบนี้มานานแสนนานแล้ว
ราวกับวันเวลาแต่เดิมก็ควรเป็นเช่นนี้
“พี่! อาหารเช้าเสร็จหรือยัง? ผมหิวจะตายแล้ว!”
ความคิดอ่อนโยนในใจเสิ่นเจวี้ยนถูกเสียงโวยวายนี้พัดหายไปเกือบหมด
เจียงมู่กระโดดขาเดียวจากปลายโถงทางเดินมาถึงโต๊ะอาหาร ก่อนทิ้งตัวนั่งลง แล้วยืดแขนยาวไปคว้าชามกับตะเกียบ
“โจ๊ก ๆ ๆ! ตักให้ผมเยอะ ๆ เลย!”
เจียงหนิงยกหม้อเดินเข้ามา ตักโจ๊กให้เขาชามหนึ่ง แล้วแบ่งไข่ดาวที่ทอดเองสองสามฟองใส่จานของเขา
“กินไปเงียบ ๆ เลย อย่าโวยวาย”
เสิ่นเจวี้ยนลงนั่งฝั่งตรงข้ามเจียงหนิง ตอนยื่นมือไปรับชามโจ๊ก ปลายนิ้วก็ไล้ผ่านหลังมือเธอ คล้ายไม่ตั้งใจ แต่ก็เหมือนจงใจ
มือเจียงหนิงสั่น ช้อนกระทบขอบชามดังแกร๊ก
เธอเงยหน้าขึ้นแอบมองเขาอย่างรวดเร็ว เสิ่นเจวี้ยนกำลังก้มหน้าดื่มโจ๊ก สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจียงมู่นั่งอยู่ข้าง ๆ มือหนึ่งยัดไข่ดาวเข้าปาก อีกมือเลื่อนดูโทรศัพท์ ไม่ได้มองมาทางนี้เลยสักนิด
โต๊ะมีขนาดไม่ใหญ่ ทั้งสามคนนั่งกันใกล้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ใต้โต๊ะเข่าของชายหนุ่มแตะโดนเธอ
