จนถึงช่วงเย็นของวันถัดมา ฝั่งเอสในมีอวี่ก็ยังเงียบสนิท
เจียงหนิงฟุบอยู่บนเตียง รีเฟรชหน้าต่างสนทนาสามรอบ ก่อนจะคว่ำโทรศัพท์ลงข้างหมอน แล้วพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง
ช่างเถอะ ไม่คิดมากแล้ว
ซอฟต์แวร์ใกล้เปิดตัวเต็มที ข้อมูลหลักก็เก็บได้ครบแล้ว ดูท่าคนช่วยทดสอบอย่างหนิงหนิงคงถึงเวลาวางมือเสียที
เมื่อเขาไม่ต้องให้เธอช่วยทดสอบแล้ว ย่อมไม่จำเป็นต้องเข้ามารายงานตัวตรงเวลาทุกวันอีก
ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องคอยพูดเสียงเบาราวกับกำลังทำเรื่องผิดทุกวัน
เธอคุ้ยเสื้อโค้ตสีเบจจากตู้เสื้อผ้ามาสวมหน้ากระจก แล้วจับคู่กับกระโปรงสั้นสีดำ ชายกระโปรงยาวเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย
รู้สึกว่าตอนกลางคืนอากาศเย็นนิดหน่อย เธอจึงสวมถุงน่องสีเนื้อไว้ข้างในอีกชั้น
มองไกล ๆ ก็เหมือนขาเปลือยจริง ๆ มองใกล้ ๆ ก็ยังดูไม่ออก
สวีเหมยเหมยนอนขดอยู่บนเตียงเลื่อนโทรศัพท์เล่น พอเงยหน้าขึ้นเห็นเธอก็ผิวปาก
“โห วันนี้หนิงหนิงของเราจะสวยสะกดทุกคนเลยหรือไง”
“พอเลย แค่เลี้ยงข้าวชมรมเอง”
“ยิ่งเป็นมื้อเลี้ยงชมรมก็ยิ่งต้องแต่งตัวดี ๆ สิ เผื่อเจอคนถูกใจขึ้นมาล่ะ”
“ไปเที่ยวให้สนุกนะ ถ้าเมาก็โทรหาฉัน เดี๋ยวไปรับ”
เจียงหนิงก้มลงสวมรองเท้าบูตสั้นเรียบร้อยแล้วก็หันกลับมายิ้มให้เธอ
“รู้แล้วน่า กลับมาแล้วจะซื้อของอร่อยมาฝาก”
“ไปเถอะ ๆ”
เจียงหนิงเปิดประตูเดินลงไปข้างล่าง
ไฟถนนหน้าหอพักเพิ่งสว่าง แสงสีเหลืองอุ่นทอดลงบนขั้นบันได
เธอก้มหน้ามองทาง เพิ่งก้าวออกไปได้สองก้าวก็ได้ยินใครบางคนเรียกชื่อ
“เจียงหนิง”
เธอเงยหน้าขึ้น
มีคนยืนอยู่ตรงตีนบันได รูปร่างสูงโปร่ง สวมแจ็กเก็ตสีเทาเข้ม เวลายิ้มจะเห็นลักยิ้มจาง ๆ ที่แก้มทั้งสองข้าง
สวี่เชียนฟาน ประธานชมรมวรรณศิลป์ รุ่นพี่ปีสาม เรียนสูงกว่าเธอหนึ่งชั้นปี
“รุ่นพี่? มาที่นี่ได้ยังไงคะ”
“มารับเธอน่ะ พอดีเปลี่ยนร้านกะทันหัน เป็นร้านแถวประตูตะวันตก เห็นเธอไม่ตอบข้อความในกลุ่ม เลยกลัวว่าจะหาร้านไม่เจอ”
