เคอจือเหิงยังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น เขาหยิบขวดขึ้นมา พลิกดูด้านที่มีตัวหนังสือพิมพ์อยู่โดยไม่คิดอะไร
กรดโฟลิก
ชนิดที่คนท้องกินกัน
เขาค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น ชูขวดนั้นแกว่งไปมาให้เคอเหยี่ยนดู สีหน้าสิ้นหวังเมื่อครู่หายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แทนที่ด้วยรอยยิ้มโล่งอก
“พี่ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าเจียง...พี่สะใภ้ท้องแล้วล่ะ”
“แล้วพี่จะทะเลาะกับคุณปู่ไปทำไม ต่อให้ท่านดื้อแค่ไหน จะดื้อสู้เหลนได้หรือไง”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ พี่ต้องกลับไปดูแลบริษัท แถมยังพาทายาทกลับมาอีกคน แบบนี้ฉันก็กลับไปใช้ชีวิตสำราญได้แล้วสิ”
เคอเหยี่ยนชะงักมือเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนเงยหน้ามองเขา
“เมื่อกี้นายพูดว่าใครท้องนะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าเคอจือเหิงแข็งค้าง เขาชูขวดขึ้นแกว่งไปมา
“ก็กรดโฟลิกที่คนท้องกินไง...เอ๊ะ ๆ เด็กคนนี้คงไม่ใช่ลูกพี่...หรอกนะ?”
เคอเหยี่ยนขมวดคิ้วแล้วคว้าขวดสีขาวมา พลิกดูไปมาสองรอบ
ช่วงนี้เธอกินข้าวมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เมื่อก่อนข้าวชามเดียวก็อิ่มแล้ว แต่ตอนนี้เริ่มต้นที่สองชาม กินเสร็จได้ไม่นานก็ยังบอกว่าหิว
ตอนเช้าเธอวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด เมื่อวานตอนเช้าเขารออยู่หน้าห้องน้ำตั้งนาน นึกว่าเธอกำลังล้างหน้าแปรงฟัน พอออกมาเธอก็บอกว่าไม่เป็นไร
เธอชอบนอน เมื่อก่อนตอนเที่ยงไม่เคยนอนเลย แต่ช่วงนี้พอถึงบ่ายก็เริ่มง่วง เมื่อวานบ่ายเธอนั่งพิงโซฟาดูโทรทัศน์ ไม่ถึงสิบนาทีก็หลับไปแล้ว
อีกอย่าง เธอไม่ยอมให้เขาแตะต้องเด็ดขาด
คราวนี้กลายเป็นเคอเหยี่ยนที่ขาอ่อนจนยืนแทบไม่อยู่ ผู้ช่วยกับเคอจือเหิงต้องช่วยกันประคองคนละข้าง
