วันต่อมา เพราะนัดกับพี่หวังไว้เพื่อไปดูบ้าน หลินเวยหน่วนจึงลางานกับอาจารย์ที่ปรึกษา
หมู่บ้านอันคัง ชั้น 4
“ที่รัก จะขายจริง ๆ เหรอ?” หลี่ผิงผิงดึงแขนเสื้อหลินเจ้าฮุยผู้เป็นสามี ร้อนใจจนแทบกระโดด
เมื่อเห็นคนที่นายหน้าพามาเบียดเสียดเต็มบ้าน ทั้งเสียงตลับเมตรรูดพรืด ๆ และเสียงชัตเตอร์กล้องดังแชะ ๆ อารมณ์ของเธอก็ดิ่งลงเหว
“บ้านเราอยู่ในเขตโรงเรียนดังนะ! ครึ่งปีหลังราคาต้องขึ้นอีกแน่ ๆ ขายตอนนี้ก็ขาดทุนยับไม่ใช่หรือไง?”
หลินเจ้าฮุยฟังเธอบ่นจนรำคาญ สะบัดมือเธอออกแล้วกดเสียงตวาด
“เธอรู้อะไรบ้าง หุบปากไป!”
หลี่ผิงผิงหดคอด้วยความตกใจ กลอกตาไปมาแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มประจบในทันที ก่อนจะหย่อนตัวเบียดลงนั่งข้างหลินเวยหน่วนบนโซฟา
หลินเวยหน่วนมองออกทะลุถึงความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอ
ก็แค่กลัวว่าบ้านจะขายได้ราคาถูกไป ขณะเดียวกันก็กลัวทำให้ต้นไม้เงินต้นนี้ไม่พอใจ จนอดได้คฤหาสน์หลังใหญ่
หลินเวยหน่วนหัวเราะเย็นชาในใจ ชาติก่อนครอบครัวพวกเธอเกาะบริษัทของพ่อแม่เธอเหมือนปลิง คอยดูดเลือดไม่หยุด สุดท้ายยังยืนมองเธอกับนานจิ่นตายไปต่อหน้าต่อตา
ชาตินี้ แค่ให้พวกเธอขายบ้านไปสักหลัง ยังถือว่าถูกไปด้วยซ้ำ
“หน่วนหน่วนจ๊ะ” หลี่ผิงผิงคล้องแขนเธออย่างสนิทสนม “คือว่า…นายหน้าที่เธอหาให้ เชื่อถือได้ไหม? อย่าให้คุณอาสามของเธอเสียเปรียบล่ะ”
