สวี่เยว่มีคนคอยหนุนหลัง จึงฟ้องทันทีว่า “พี่สาวคะ ก็เขานั่นแหละ เมื่อกี้เอาแต่ถีบประตู พี่ดูสิ ประตูดี ๆ มีแต่รอยรองเท้าเขาเต็มไปหมด”
เจ้าของบ้านมองไปที่ประตู ก็เห็นว่าบานประตูที่เดิมสะอาดเอี่ยมเต็มไปด้วยรอยเท้าใหญ่ ๆ ของเด็กหนุ่มคนนั้นจริง ๆ
เจ้าของบ้านจ้องเขาเขม็ง “กล้าถีบประตูบ้านฉันเหรอ รู้ไหมว่าประตูบานนี้ราคาเท่าไร ถีบพังแล้วนายมีปัญญาชดใช้หรือไง?”
เด็กหนุ่มทำท่าจะพูด แต่พอเห็นสีหน้าเหี้ยมเกรียมกับแขนล่ำ ๆ ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เสียงก็เบาลง “เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันครับ”
ถังซินทำหน้าเหมือนถูกใส่ร้าย “เข้าใจผิดอะไรคะ? เช้าขนาดนี้ คนชั้นบนใส่ส้นสูงเดินไปเดินมา แถมยังมีเสียงอะไรสักอย่างตกกระแทกพื้นอีก ดังจนพวกเรานอนไม่ได้ ฉันแค่อยากขึ้นไปเตือนให้พวกเขาเบาเสียงหน่อย ก็เลยเคาะประตู แต่ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็พุ่งออกมาจะทำร้ายฉัน โชคดีที่ฉันวิ่งเร็ว เขาตามลงมาแล้วยังเอาแต่ถีบประตูอีกค่ะ”
สวี่เยว่เสริมว่า “ตอนถีบประตู เขายังตะโกนด้วยว่าอายุยังไม่ถึง 18 ต่อให้ฆ่าพวกเราตายก็ไม่ต้องรับผิดชอบ”
เจ้าของบ้านเลิกคิ้ว “ไอ้เด็กเวรนี่พูดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนข้างเจ้าของบ้านยกแขนขึ้นอย่างพอเหมาะ เผยให้เห็นกล้ามแขนแน่นปึ้กกับใบหน้าเหี้ยมเกรียม ท่าทางเหมือนถ้าเด็กหนุ่มกล้าพูดจาไร้สาระอีกคำเดียวก็พร้อมฟาดเขาด้วยแขนข้างนั้นจนสลบ
