โครงการ “แฝดสองดาว” ภายใต้การผลักดันร่วมกันของเหยียนเก๋อกับซุนเสี่ยวจิงคืบหน้าอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่วงการก่อสร้างของเมืองนี้จับตามอง ทั้งสองทำงานประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ คนหนึ่งดูแลกิจการภายนอกและควบคุมภาพรวม อีกคนดูแลงานภายในและศึกษางานออกแบบอย่างละเอียด การร่วมมือกันของคนเก่งทั้งคู่ส่งผลให้ชื่อเสียงของกลุ่มเฉิงเฟิงเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น เมื่อเฉิงเฟิงขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเบียดบังพื้นที่ทำมาหากินของบริษัทคู่แข่ง ซึ่งในนั้นย่อมรวมถึงบริษัทที่สั่นคลอนอยู่แล้วของเหยียนหมินจงด้วย การแข่งขันทางธุรกิจก็เป็นเช่นนี้ ผู้แข็งแกร่งย่อมกลืนกินผู้อ่อนแอ เหยียนเก๋อจึงไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังพาลโกรธบิดาที่ไม่เอาไหนอยู่บ้าง เขาจึงปล่อยปละละเลย หรือกระทั่งผลักดันให้บริษัทของเหยียนหมินจงถูกกดดันหนักขึ้น
ส่วนซุนเสี่ยวจิงยิ่งไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยบริษัทของเหยียนหมินจงไป ในเมื่อแม้แต่ลูกชายกับแม่ของเขายังทอดทิ้งเขา เธอก็ย่อมมีแต่จะโหมกระพือไฟให้ลุกโชนขึ้น อีกทั้งในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่อยู่ในสมองของเธอ ยังมีภาพของเหยียนลิ้เหิง บุตรชายของเหยียนหมินจงกับหูเหลียนเซิง ประทับอยู่อย่างชัดเจน ชายหนุ่มผู้ใจร้อนและฉุนเฉียวง่ายคนนั้นเคยตะโกนใส่เธอด้วยความโกรธ เพราะหลงรักเซี่ยเทียนเหม่ยและคิดว่าซุนเสี่ยวจิงแย่งเหยียนเก๋อไปจนทำให้เซี่ยเทียนเหม่ยเสียใจ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เธอเปิดโปงธาตุแท้อันเสแสร้งและโลภโมโทสันของพ่อแม่เขา เขายังคิดจะลงไม้ลงมือกับเธอด้วย พฤติกรรมเลวร้ายเช่นนั้น... บัดนี้เมื่อเธอมีทรัพยากรอยู่ในมือ ย่อมไม่ปล่อยให้ “ความแค้นเก่า” นี้ผ่านไปง่าย ๆ แน่
