เหยียนเก๋อลุกขึ้นนั่ง มองใบหน้าด้านข้างอันงดงามไร้ที่ติของเธอซึ่งมีแสงเงาอ่อนโยนทอดทับอยู่ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย ขนตายาวทิ้งเงาบดบังอารมณ์ในดวงตาจนยากจะมองเห็น
“เสี่ยวจิง” เสียงของเหยียนเก๋อดังขึ้นท่ามกลางห้องอันเงียบสงบ ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความรู้สึกเป็นพิเศษ “วันนี้...ขอบคุณจริง ๆ” เขายื่นมือไปวางทับหลังมือของเธอที่วางอยู่บนตักอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นนิด ๆ นั้นทำให้เขารู้สึกสงสารจับใจ “ผมไม่รู้เลยว่าถ้าไม่มีคุณ เรื่องวุ่นวายวันนี้จะจบลงอย่างไร ตอนที่คุณปกป้องผม...ทำให้ผมรู้สึกราวกับมีเกราะที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอยู่กับตัว”
ซุนเสี่ยวจิงเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตาร้อนแรงและจริงใจของเขา ความซาบซึ้ง ความพึ่งพา และความรักอันลึกซึ้งที่ไม่คิดปิดบังในดวงตาคู่นั้น ราวกับตาข่ายละเอียดที่โอบคลุมตัวเธอไว้ เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความอุ่นและแรงสั่นน้อย ๆ จากฝ่ามือของเขา ซึ่งเกิดจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เธอจึงพลิกมือกลับไปกุมมือเขาเบา ๆ มุมปากโค้งเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะอยู่ข้างคุณ” คำพูดนี้ในเวลานี้ฟังดูมีความหมายซ้อนกันอยู่หลายชั้น แต่สำหรับเหยียนเก๋อแล้ว นี่คือคำหวานที่ไพเราะที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
