ยามค่ำคืน หลังเสร็จสิ้นงานตลอดทั้งวัน เฟิงเถิงก็กลับถึงบ้าน ห้องรับแขกสว่างไสว เฟิงเยว่นั่งขดตัวอยู่บนโซฟา ดูละครโทรทัศน์กับเยียนชิง บนโต๊ะกลางมีผลไม้ที่หั่นเตรียมไว้แล้ว
“พี่ กลับมาแล้วเหรอคะ” เฟิงเยว่เงยหน้ามองเขา “กินข้าวหรือยังคะ”
“กินแล้ว” เฟิงเถิงถอดเสื้อคลุมออก แล้วพาดไว้บนที่วางแขนของโซฟาเดี่ยวอย่างส่ง ๆ ก่อนนั่งลง เขานั่งดูโทรทัศน์เงียบ ๆ อยู่หลายนาที จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “เฟิงเยว่ พรุ่งนี้ไม่ต้องให้เจิ้งฉีเอาอาหารกลางวันไปให้เสวี่ยซานซานแล้ว”
เฟิงเยว่กำลังจะป้อนองุ่นเข้าปาก พอได้ยินเช่นนั้น มือก็ชะงัก เธอหันไปมองเฟิงเถิงด้วยสีหน้าฉงน “ทำไมล่ะคะพี่ เจิ้งฉีเอาไปให้ก็ดีอยู่แล้วนี่ เมื่อวานเขายังบอกฉันอยู่เลยว่าซานซานชอบกินเนื้อผัดพริกไทยดำมาก”
เยียนชิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กระแอมเบา ๆ แล้วเลือกจะเงียบอย่างฉลาด ทว่าแววตาก็ฉายความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
เฟิงเถิงยกแก้วน้ำบนโต๊ะกลางขึ้นจิบ สีหน้าสงบนิ่ง “ไม่มีเหตุผลอะไร ก็แค่ไม่ต้องเอาไปให้แล้ว”
“แต่ว่า...” เฟิงเยว่วางองุ่นลง แล้วครุ่นคิดอย่างจริงจัง “เจิ้งฉีเอาไปให้ก็สะดวกดีนี่คะ อีกอย่างซานซานก็ชินแล้ว จู่ ๆ ไม่เอาไปให้ แล้วตอนกลางวันซานซานจะกินอะไรล่ะ จะให้เธอกินข้าวโรงอาหารทุกวันหรือไงคะ”
เฟิงเถิงวางแก้วน้ำลง น้ำเสียงยังคงราบเรียบ “ให้เธอขึ้นมาเอาเอง”
“ขึ้นมาเอาเองเหรอคะ” เฟิงเยว่กะพริบตาปริบ ๆ “เอาที่ไหนคะ ที่ห้องทำงานพี่เหรอ ห้องทำงานพี่อยู่ชั้นยี่สิบแปด แต่ซานซานอยู่แผนกการเงิน ให้เธอวิ่งขึ้นมาเอาข้าวทุกวันก็ลำบากแย่ อีกอย่าง พี่ไม่ใช่เกลียดที่สุดหรือคะเวลามีคนมารบกวนตอนพักกลางวัน”
