“สิบหก มาช่วยจัดเสื้อผ้าให้คนคลอดหน่อย ถอดกางเกงลงนะ ห้ามตัดให้ขาด”
คุณย่าหันมามองฉัน
ฉันเกือบกัดลิ้นตัวเอง
ใบหน้าคุณย่าขาวซีดจนน่ากลัว แถมยังมีเงาดำคล้ำอยู่ด้วย เสียงแหลมเล็กนั่นไม่เหมือนเสียงของนางเลยสักนิด!
ฉันฝืนข่มความกลัว พยายามบอกตัวเองว่าคุณย่ากำลังฝืนสังขารทำเรื่องนี้เพื่อฉัน
ถ้าฉันเรียนไม่รู้เรื่อง ก็เท่ากับทำให้ความทุ่มเทของนางสูญเปล่า! นางอายุมากขนาดนี้แล้ว จะฝืนทำอย่างนี้ได้อีกสักกี่ครั้ง?
ฉันย่อตัวลง ค่อย ๆ คลำไปจนถึงขอบกางเกงของศพหญิง แล้วดึงลงมา ร่างของนางแข็งทื่อและเย็นเยียบผิดปกติ ราวกับก้อนน้ำแข็ง
พอถอดกางเกงออก คุณย่าก็แยกขาของนางออก
ขาเรียวยาวทั้งสองข้างเกลี้ยงเกลา ไม่ต่างจากพวกสะใภ้สาวในหมู่บ้านที่ใส่กางเกงขาสั้นกับกระโปรงสั้น แถมยังดูดีอย่างน่าประหลาด
แต่พอความคิดแบบนั้นผุดขึ้นมา ฉันกลับยิ่งรู้สึกหนาวสันหลัง
นี่คือคนที่ตายไปหลายเดือนแล้วนะ… จะเหมือนคนเป็นได้ยังไง?
ตายแล้วแต่ร่างไม่เน่าเปื่อย แค่คิดก็พอจะรู้แล้วว่ามีความแค้นฝังลึกเพียงใด
แต่คุณย่ากลับฮัมเพลงทำนองประหลาด พลางกดนวดท้องของศพหญิง
“คลอดวิญญาณทารก พ้นด่านหยาง ครบกำหนดเดือน ประทานนามสืบไป”
“เดือนสิบสอง ถวายธูปเทียน คลอดวิญญาณ!” ท่อนสุดท้ายคุณย่าแทบจะตะโกนออกมาเป็นทำนองเพลงพื้นบ้าน เสียงแหลมเล็กนั้นทะลุขึ้นไปถึงฟ้า!
เดิมทีดวงจันทร์ถูกหมอกเมฆบดบัง แต่พริบตาเดียวหมอกเมฆก็สลายหายไปหมด แม้แต่หมอกที่ลอยขึ้นเหนือผิวน้ำยามค่ำคืนก็หายไปเช่นกัน
