หลังจากลงสู่พื้น กระเรียนขาวหันกลับมาจิกคอเสื้อของอวี๋เหมียน ใช้วิธีเดิมวางนางลงบนพื้น
อวี๋เหมียนเซถลทรงตัวแล้วหันไปขอบคุณกระเรียนขาว “ขอบใจนะต้าไป๋! หลังฉันเลิกเรียนก็มารอที่นี่นะ!”
กระเรียนขาวพยักหน้าแล้วสยายปีกบินจากไป มันก็ต้องฝึกตนเช่นกัน
ที่นี่เป็นลานที่ขุดเจาะขึ้นบนเขาถามเซียน พื้นไม่ได้ปูอิฐ เป็นดินทรายนุ่มนิ่ม มีวัชพืชขึ้นเอื่อยเฉื่อยตามสายลมอยู่ประปราย
รอบๆ มีศิษย์ทยอยลงจอดฉุกเฉินกันอย่างต่อเนื่อง
สัตว์พาหนะบางตัวมีนิสัยเกรี้ยวกราด สะบัดตัวทีเดียวก็เหวี่ยงคนลงจากความสูงสองสามเมตร ศิษย์คนนั้นกลิ้งตัวไปบนพื้นสองรอบเพื่อถอนแรงด้วยความเคยชิน
จากนั้นก็หันกลับไปด่า “ก็แค่ติดผลวิญญาณเจ้าไปสองลูก จะตระหนี่ถึงเพียงนั้นเชียว!”
เขายังด่าไม่ทันจบ อึของนกก็หล่นใส่หัว พวกมันสยายปีกบินหนีไปอย่างรวดเร็ว
เหลือเพียงเขาที่ยืนพิโรธอย่างไร้ผลอยู่กับที่ ถอนต้นกล้าหญ้าที่อุตส่าห์งอกงามในดินทรายนี้ทิ้งไปหลายต้น
อวี๋เหมียนเพียงมองด้วยหางตา พลางคิดในใจว่า ดูท่าแล้วการเล่าเรียนในสำนักนี้คงไม่น่าเบื่อเป็นแน่
นางก้มลงมอง และพบว่าป้ายหยกที่เอวเปล่งแสงอ่อนๆ พลิกกลับด้าน เห็นแผนที่อย่างง่ายเขียนว่า “คู่มือนำทางเขาถามเซียน”
อวี๋เหมียนตาเป็นประกาย ยกป้ายขึ้นมาดูใกล้ๆ ในนิยายมีเนื้อเรื่องสองส่วน ฉากเร่าร้อนแปดส่วน รายละเอียดไม่มาก คิดไม่ถึงว่าป้ายศิษย์จะประณีตปราณีตถึงเพียงนี้ ยังมีฟังก์ชันเช่นนี้ด้วย
นางเดินตามแผนที่ไปถึงกระท่อมมุงจากหลังหนึ่ง เป็นกระท่อมเก่าที่มุงด้วยหญ้าคา โครงไม้เอียงเล็กน้อย มีตะไคร่น้ำโบราณขึ้นอยู่
อวี๋เหมียนเข้าไปในกระท่อม พบว่ามีม่านกั้นแบ่งพื้นที่ด้านนอกกับด้านใน ด้านในกว้างขวางสว่างไสวของตกแต่งเรียบง่ายสง่างาม แท่นกระถางธูปหอม โต๊ะไม้สน ภาพภูเขาและสายน้ำบนผนัง ไม่มีที่ใดไม่ประณีตงดงาม
