บทที่ 6 ซูเถียนเปิดโปงใบหน้าเสแสร้งของลู่เจิ้งกั๋วต่อหน้าทุกคน
ซูเถียนมองลู่เจิ้งกั๋วแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้อแรก เป็นเพราะสินเดิมที่บ้านฉันให้มานั้นมากกว่า!
สินสอดสี่ชิ้นใหญ่กับเงินอีก 200 หยวนที่ลู่เฉินให้ฉัน พ่อแม่ฉันไม่เก็บไว้สักหยวนเดียว ยกให้ฉันเป็นสินเดิมทั้งหมดก็ไม่พอ ยังเตรียมผ้าห่มผืนใหม่เอี่ยมมาให้อีก 16 ผืน พร้อมเงินก้นหีบอีก 200 หยวน
ถ้าฉันกลับไปเยี่ยมบ้านมือเปล่า หรือเอาขนมไปแค่ไม่กี่ชิ้น ผลไม้ไปไม่กี่ชั่ง แบบนั้นไม่เท่ากับเปิดโอกาสให้คนชี้หน้าพ่อแม่ฉันแล้วพูดว่าไม่รู้ธรรมเนียมหรอกหรือ?”
รอบข้างเงียบกริบลงอีกครั้ง
ไม่มีใครคาดคิดว่าซูเถียน สาวบ้านนอกคนหนึ่ง จะมีสินเดิมมากมายขนาดนี้
แม่เฒ่าเซี่ยไม่เชื่อ “เสี่ยวซู อย่าบอกนะว่าพูดหลอกทุกคน พ่อแม่เธอไม่ใช่คนบ้านนอกหรือ? เอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนให้เธอเป็นสินเดิม อย่าบอกนะว่าพยายามทำตัวรวยทั้งที่ไม่มีเงิน?”
ทุกคนต่างมองซูเถียนด้วยความไม่อยากเชื่อเช่นกัน
ซูเถียนมองแม่เฒ่าเซี่ยพลางยิ้ม “คุณป้าคะ พ่อแม่ฉันเป็นคนบ้านนอกจริง ๆ แต่ใครใช้ให้พ่อแม่กับพี่ชายทั้งสองคนรักฉันขนาดนี้ล่ะคะ พ่อกับพี่ชายคนโตทำงานทุกวัน ได้คะแนนแรงงานเต็มตลอด ส่วนพี่ชายคนรองเข้ากองทัพเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนี้เป็นรองผู้บังคับกองร้อยแล้ว ทุกเดือนเขาจะส่งเงินค่าขนมมาให้ฉัน 10 หยวน จากเงินก้นหีบ 200 หยวน พี่ชายคนรองให้คนเดียว 100 หยวน ถ้าฉันไม่ปฏิเสธไว้ ป่านนี้พ่อแม่อาจให้ฉันมากกว่านี้อีก คุณป้ายังมีข้อสงสัยอะไรไหมคะ?”
แม่เฒ่าเซี่ยฮึดฮัด ไม่พูดอะไรอีก
แต่คนในลานบ้านต่างรู้แล้วว่า แม้บ้านเสี่ยวซูจะอยู่ชนบท แต่เธอเป็นที่รักของคนในบ้าน มีพี่ชายสองคนคอยหนุนหลัง ใครก็ไม่ควรหาเรื่องเธอง่าย ๆ
หลังพูดข้อแรกจบ ซูเถียนไม่ได้คิดจะหยุดแค่นั้น เธอมองลู่เจิ้งกั๋วกับเซี่ยเหลียนฮวาแวบหนึ่ง ทั้งสองพลันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจ
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะทันตั้งตัว ซูเถียนก็พูดขึ้นอีกครั้ง
