ซูเถียนชะงักมือที่กำลังคีบอาหาร เงยหน้ามองออกไปนอกประตู แววตาค่อย ๆ เย็นชาลง
เธอไม่ได้วางตะเกียบลงด้วยซ้ำ เพียงลุกเดินออกไปทันที
แล้วก็เห็นหญิงสาวผิวขาว หน้าตาสะสวยโดดเด่นคนหนึ่งกำลังหมุนตัวพร้อมรอยยิ้ม อวดท่วงท่าของตัวเองให้ลู่เฉินดู
ข้าง ๆ ยังมีอีกสามคน
ชายสองหญิงหนึ่ง
น่าจะเป็นคู่สามีภรรยาสกุลเถา กับจี้สือเซิง ทั้งสามคนต่างมีสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
เมื่อลู่เฉินเห็นอันเฟย เขาก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ ไม่ได้มองเธอหมุนตัวอวดโฉม พอได้ยินเสียงจากด้านหลังจึงหันขวับไปทันที แล้วสบเข้ากับแววตาเย็นชาของภรรยาตัวน้อย หัวใจลู่เฉินพลันสะดุด
เขาก้าวไปข้างหน้า คว้ามือภรรยาไว้ทันที แล้วลูบหลังมือเธอเบา ๆ
ภรรยาของเถาเจิ้งไห่ยิ้มพลางเอ่ยขึ้นว่า “วิศวกรลู่ยังไม่แนะนำให้รู้จักอีกหรือคะ? คราวก่อนตอนพวกคุณแต่งงานกัน เหล่าเถาได้กินลูกอมมงคล แต่ฉันกลับไม่ได้กินเลย”
ซูเถียนปรายตามองอันเฟย ก่อนจะหันไปยิ้มให้เจี่ยงปี้อวิ๋น “พี่เจี่ยง สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซูเถียน จะเรียกฉันว่าเสี่ยวซูหรือเสี่ยวเถียนก็ได้ค่ะ”
เจี่ยงปี้อวิ๋นยื่นของขวัญในมือให้ซูเถียนพร้อมรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นต่อไปฉันจะเรียกเธอว่าเสี่ยวเถียนนะ นี่เป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันกับเหล่าเถาเอามาให้ หวังว่าเธอจะชอบ”
จี้สือเซิงเองก็ยิ้มพลางยื่นของขวัญของตัวเองให้ซูเถียน
“พี่สะใภ้ ผมชื่อจี้สือเซิง เรียกผมว่าเสี่ยวจี้ก็ได้ครับ พี่เฉินเคยพูดถึงผมให้ฟังใช่ไหม? ในโรงงานผมสนิทกับพี่เฉินที่สุดเลย ก่อนหน้านี้ได้ยินพี่เฉินบอกว่าพี่ชอบดื่มไวน์องุ่น ผมเลยเอามาให้สองขวด ลองชิมดูนะครับว่าชอบไหม ถ้าชอบ พอดื่มหมดแล้วบอกพี่เฉินให้บอกผมอีกที เดี๋ยวผมเอามาให้ใหม่”
ซูเถียนยิ้มให้ลู่เฉินรับไวน์แดงไว้ แล้วผายมือเชิญทุกคนเข้าไปในบ้าน
“ขอบคุณนะคะ ฉันชอบมาก เข้ามานั่งข้างในก่อนเถอะค่ะ ข้างนอกหนาว ในบ้านก่อเตียงเตาไว้แล้ว กับข้าวก็ใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่ตักอาหารตุ๋นจานสุดท้ายขึ้นมา ก็เริ่มกินได้เลยค่ะ”
