ซูเถียนมองเธอ
อันเฟยพูดต่อว่า “พี่สะใภ้ พี่ลู่เฉินไม่ชอบกินมันหมูนะคะ กินแล้วเขาจะอาเจียน พี่ไม่รู้จริง ๆ เหรอคะ?”
บนโต๊ะพลันเงียบลงชั่วขณะ แม้แต่เสียงตะเกียบก็หยุดไป
ทว่ามุมปากของซูเถียนยังคงโค้งขึ้นไม่เปลี่ยน เธอเอ่ยช้า ๆ ว่า “คุณอันคงจำคนผิดแล้วล่ะ ลู่เฉินชอบกินมันหมูจะตาย โดยเฉพาะชิ้นที่ฉันคีบให้ ใช่ไหม?”
ลู่เฉินมองภรรยาด้วยแววตาเอ็นดูเต็มเปี่ยม ก่อนยิ้มแล้วพยักหน้า
“คุณอัน ฉันเคยกินข้าวกับคุณแค่ครั้งเดียว ตอนนั้นพี่ชายคุณก็อยู่ด้วย คุณจะรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร คงจำคนผิดแล้วล่ะ”
พูดจบ เขาก็ก้มลงกัดหนังหมูบนขาหมูชิ้นนั้นออก แล้วคีบเนื้อแดงใส่ชามของซูเถียน
ปลายนิ้วของอันเฟยจิกลงกลางฝ่ามือ ทว่าบนใบหน้ากลับฉายแววตัดพ้อ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “พี่ลู่เฉิน เรื่องของพี่ ฉันไม่มีทางจำผิดหรอกค่ะ”
พูดพลางเหลือบมองซูเถียนแวบหนึ่ง ก่อนหันไปหาลู่เฉิน ดวงตาเริ่มแดงเรื่อ
“พี่กลัวว่าพี่สะใภ้จะโกรธ ถึงได้จงใจพูดแบบนั้นใช่ไหมคะ? ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้… ฉันรู้ว่าพี่เป็นคนจิตใจดี แต่ก็ไม่ควรเอาแต่ทำตามใจคนอื่นไปเสียทุกอย่าง ถ้าพี่ไม่ชอบกินจริง ๆ ก็ไม่ต้องฝืนหรอกค่ะ พี่ทำแบบนี้แล้วฉันเห็นก็ไม่สบายใจ”
มือของซูเถียนที่วางอยู่ข้างลำตัวหยิกต้นขาของลู่เฉินแรง ๆ
ผู้ชายเจ้าชู้ที่เอาแต่โปรยเสน่ห์ดึงดูดผีเสื้อตัวเมียเอ๊ย!
คำพูดจอมเสแสร้งนี่ทำให้ซูเถียนอยากโยนอันเฟยออกไปจริง ๆ
ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปาก จี้สือเซิงก็เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “คุณอันคงจำผิดจริง ๆ นั่นแหละครับ เมื่อสองสามวันก่อนผมกินข้าวกับพี่เฉิน เห็นเขากินมันหมูเอา ๆ ตอนนั้นก็อยู่ในโรงงานนะครับ พี่สะใภ้ไม่ได้อยู่ด้วย ถ้าเขาไม่ชอบกิน จะฝืนตัวเองทำไม?”
