อวี๋อิ่งพูดต่อว่า “ถ้าลูกในท้องฉันไม่แท้ง พอเขาคลอดออกมา โก่วตั้นจะเกิดเรื่องขึ้นหรือเปล่า ตอนนั้นโก่วตั้นตกน้ำ ถ้าไม่ได้คุณ...”
ซูเถียนกุมมือเธอกลับ ก่อนจะตัดบท
“พี่อิ่ง ไม่มีคำว่าถ้าหรอกค่ะ พี่แค่รู้ไว้ว่าโก่วตั้นตอนนี้สบายดี แค่นั้นก็พอแล้ว เรื่องอื่นไม่สำคัญเลย”
“ใช่ ขอแค่โก่วตั้นสบายดี ฉันก็ต้องการแค่โก่วตั้น...”
ซูเถียนอยู่คุยเป็นเพื่อนอวี๋อิ่งอีกพักหนึ่งกว่าจะกลับบ้าน เมื่อเห็นว่าประตูรั้วบ้านเปิดอยู่ เธอก็นึกว่าลู่เฉินกลับมาก่อนแล้ว จึงร้องเรียกเสียงหวาน
“ที่รัก วันนี้ไม่ทำงานล่วงเวลาเหรอคะ?”
แต่คนที่ตอบกลับไม่ใช่สามีสุดที่รักของเธอ หากเป็นพี่ชายคนรองที่สวมผ้ากันเปื้อนและหน้าดำคร่ำเครียด
“ที่รักอะไรของเธอ พูดให้มันชัด ๆ หน่อย ทำตัวให้มันน่าดูหน่อย!”
ซูเถียนเมินน้ำเสียงกระแนะกระแหนของพี่ชายไปโดยอัตโนมัติ เธอยิ้มแล้วเดินเข้าไปหา “พี่รอง มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
ซูหยางกำลังหั่นมันฝรั่ง เขาตอบว่า “มาตอนบ่าย วันหยุดของพี่ใกล้หมดแล้ว พรุ่งนี้เช้าต้องขึ้นรถไฟกลับค่าย เลยแวะมาค้างบ้านเธอสักคืน คืนนี้เธอก็ทำงานล่วงเวลาอีกแล้วเหรอ? พี่มาแค่สองครั้ง เธอก็ทำงานล่วงเวลาทั้งสองครั้งเลย ยุ่งขนาดนั้นเชียว?”
ซูเถียนจอดจักรยานแล้วตักน้ำอุ่นเตรียมล้างมือ พลางอธิบายว่า “ไม่ใช่ทำงานล่วงเวลาที่โรงงานค่ะ หลังเลิกงานฉันแวะไปเยี่ยมพี่อิ่งที่โรงพยาบาลมา”
ซูหยางพยักหน้า “แม่ให้พี่เอาไก่มาสองตัว เชือดเรียบร้อยแล้ว ตัวหนึ่งเก็บไว้ให้เธอกับน้องเขยกิน อีกตัวเอาไปให้ตระกูลหวัง”
