เสิ่นหว่านเยว่เบิกตากว้าง มองสามีอย่างไม่อยากเชื่อ
“หวังเซิ่ง คุณรู้ไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่?”
กลางวันสามีทิ้งเธอหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ตกกลางคืนกลับเรียกร้องให้เธอไปทำงานให้หลินตง นั่นไม่เท่ากับส่งเธอไปนอนกับหลินตงหรอกหรือ?
ความผิดหวังที่ยากจะเอ่ยและความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนเธอไม่เหลือแม้แต่แรงจะโกรธ
“แค่ก ๆ” หวังเซิ่งรู้ดีว่าการให้ภรรยาไปทำงานกับหลินตงหมายถึงอะไร แต่เขาหิวจนทนไม่ไหวแล้ว
ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ว่าเมื่อหิวถึงขีดสุด แม้แต่ความอยากโต้เถียงก็ยังไม่มี
เดิมทีวันนี้เขายังหวังจะแลกเสบียงได้ แต่ตอนนี้ความหวังพังทลายลงหมดแล้ว หนทางเดียวที่จะทำให้เขารอดต่อไปได้ คืออาศัยภรรยาไปทำงานแลกขนมปังมาสักก้อน
“อย่าเพิ่งโมโหสิ เสี่ยวเยว่ เธอแค่ช่วยเขาเก็บกวาดบ้านก็พอ ถ้าหลินตงคิดทำอะไรไม่ดีกับเธอ ก็ตะโกนขอความช่วยเหลือดัง ๆ ฉันได้ยินเมื่อไรก็จะรีบเข้าไปช่วยแน่”
เสิ่นหว่านเยว่ไม่มีแก่ใจจะโวยวายอีกแล้ว ความหนาวเหน็บในใจรุนแรงยิ่งกว่าความเย็นเยียบทางกาย นี่สินะที่เรียกว่าความเศร้าโศกยิ่งใหญ่กว่าการตายด้าน?
เมื่อย้อนคิดถึงวันวาน สามีมีสถานะทางสังคมไม่เลว สุภาพอ่อนโยน มีมารยาท อีกทั้งยังเอาใจใส่เธออย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นสามีแสนสมบูรณ์แบบในสายตาญาติมิตร
แต่เมื่อเผชิญกับหายนะจริง ๆ เธอถึงได้เห็นธาตุแท้ของหวังเซิ่งอย่างชัดเจน
ขี้ขลาดราวกับหนู ไร้เยื่อใยไร้คุณธรรม เพื่ออาหารเพียงคำเดียว ถึงกับยอมส่งภรรยาออกไป