ในทางหนีไฟของอาคาร 5 มีผู้รอดชีวิตจากตึกเดียวกันมารวมตัวกันไม่น้อย หวังเซิ่งมองแล้วรู้สึกหนาวเยือกในใจ
เพราะทั้งอาคารมีคนที่ยังมีชีวิตรวมกันไม่ถึง 100 คนด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่หนาวตาย อดตาย ไม่ก็ถูกพิษเล่นงานจนตาย
หวังเซิ่งเดินไปยืนบนขั้นบันไดสูงสุดแล้วกล่าวว่า “ทุกคน ตอนนี้สถานการณ์กำลังคับขัน ผมคิดว่าเราควรร่วมมือกัน
เมื่อวานพวกเราไปจัดตลาดแลกเปลี่ยนกันที่โรงจอดรถใต้ดิน แต่กลับถูกเหลียงเหมิ่งปล้นเอา ตอนนี้เลยไม่มีใครกล้าลงไปที่โรงจอดรถ ชีวิตของพวกเราก็มีแต่จะยิ่งลำบาก
เพราะงั้น ผมเสนอว่าครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ควรรวมตัวกันเป็นพันธมิตร แบ่งปันทรัพยากรและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้”
มีคนขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “อย่าพูดแต่ลมปากสิ ทุกคนกำลังหิวโซ จะให้แบ่งปันทรัพยากรกับคุณได้ยังไง?”
หวังเซิ่งเตรียมคำตอบไว้แล้ว
“ผมคิดว่าสิ่งแรกที่เราควรทำตอนนี้คือ แต่ละครอบครัวส่งคนหนุ่มที่แข็งแรงมาหนึ่งคน ตั้งเป็นหน่วยคุ้มกัน เริ่มจากห้อง 101 ชั้นหนึ่ง งัดประตูค้นหาเสบียงไปทีละบ้าน บ้านไหนไม่มีคนรอดชีวิตอยู่เลย เราก็ยึดเสบียงทั้งหมดมา
เหลียงเหมิ่งกล้าฆ่าคนแล้ว พวกเราก็จะนั่งรอความตายไม่ได้เหมือนกัน แค่หวังพึ่งประตูนิรภัยของโรงจอดรถอย่างเดียวคงต้านพวกนั้นไม่ไหว
เพราะงั้น หน่วยรวบรวมเสบียงของเราต้องลงมือพร้อมกัน ต่อให้เจอเหลียงเหมิ่งก็ไม่ต้องกลัว พวกมันมีแค่สามคน ส่วนเรามีกว่าสิบคน ยังจะกลัวมันอีกหรือไง?”
พอได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็พากันพยักหน้า