ภาพตรงหน้าทำหลินตงตะลึงไปเลย เขาอดยกนิ้วโป้งให้ไม่ได้
สมกับเป็นคนเก่งในสังคมจริง ๆ ปรับตัวเข้ากับงานใหม่ได้เร็วชะมัด!
ดูสิ เธอสวมบทบาทได้แนบเนียนไปหมดแล้ว
ห้อง 302 หวังเซิ่งที่ทั้งหิวทั้งกลัว พอได้ยินเสียงเคาะประตู น่องก็สั่นพั่บ ๆ ทันที
“พะ...พวกคุณมาผิดห้องแล้ว ผมไม่ใช่หวังเซิ่ง”
จูเฟิงกับพวกที่อยู่นอกประตูชะงักไป ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะครืน
“ฮ่า ๆ ๆ เมื่อก่อนทำไมไม่รู้เลยว่าหวังเซิ่งตลกขนาดนี้ โอ๊ย ขำจนปวดท้องแล้ว”
“โธ่ เขาเป็นผู้บริหารบริษัทเชียวนะ ปีหนึ่งมีเงินหลายแสน เรียกว่าวางตัวติดดินต่างหาก!”
“ฉันรู้แล้ว ภาษาหนังสือเรียกว่า...เรียกว่าเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ใช่ไหม?”
จูเฟิงหัวเราะอยู่นาน ก่อนจะทุบประตูอีกครั้งอย่างแรง “เลิกหลบได้แล้ว หวังเซิ่ง เปิดประตูเถอะ เรามาคุยกันหน่อย
ถ้ายังไม่เปิด ก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ
พวกเรา เตรียมงัดประตู!”
พอได้ยินว่าจะงัดประตู หวังเซิ่งก็ยิ่งกลัว ประตูนิรภัยชั้นนี้เป็นปราการด่านสุดท้ายที่คอยปกป้องเขา หากถูกงัดพัง ใคร ๆ ก็เข้ามารังแกเขาได้ไม่ใช่หรือไง?
“อย่างัด ๆ ผมเปิดแล้ว!”
หวังเซิ่งรีบเปิดประตู
จูเฟิงแค่นหัวเราะ ผู้บริหารบริษัทมีแค่นี้เองหรือ? ขู่ไม่กี่คำก็ยอมแพ้แล้ว เสียดายเมียสวย ๆ ของเขาจริง ๆ
“เอ่อ ฮะ ๆ พี่ชายทั้งหลาย มาหาผมมีธุระอะไรครับ?” หวังเซิ่งยิ้มประจบ
จูเฟิงผลักเขาพรวดเดียว คนอื่น ๆ ทยอยกันเข้าไปข้างใน พวกเขามองถุงขนมปังกับขวดน้ำแร่ในห้อง รวมถึงรูปแต่งงานที่แขวนอยู่บนผนัง แล้วเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา