ลู่จิ่งเยว่เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ถึงได้เห็นว่าซูชิงหว่านมาถึงแล้ว กำลังนั่งคุยกับแม่ของเธออยู่
“พี่ซู ในที่สุดพี่ก็ยอมมาบ้านฉันสักที! ก่อนหน้านี้ฉันชวนพี่มาตั้งหลายครั้ง พี่ก็ไม่ยอมมาเลย” เธอทำปากยื่นน้อย ๆ แฝงความน้อยใจอยู่บ้าง
“ดูสิว่าพี่ซูเอาของดีอะไรมาให้หนู ผ้าผืนนี้สวยแค่ไหน เห็นไหม พรุ่งนี้แม่จะตัดชุดกระโปรงใหม่ให้หนูสักชุด” เสิ่นอวี้จือมองลูกสาวด้วยรอยยิ้ม
เด็กผู้หญิงคนไหนเห็นผ้าสวย ๆ แล้วจะไม่หวั่นไหวบ้าง? ลู่จิ่งเยว่ยิ้มหน้าบานขึ้นมาทันที ดวงตาเป็นประกาย “ว้าว พี่ซู ผ้าผืนนี้สวยมากเลย ขอบคุณนะคะ!”
เห็นแม่รับของไว้แล้ว เธอจึงรับน้ำใจนั้นอย่างไม่เกรงใจ
บนโต๊ะอาหาร ซูชิงหว่านได้กินไก่ป่าเป็นครั้งแรก เมื่อเทียบกับไก่บ้านแล้ว เธอรู้สึกว่าเนื้อไก่ป่าแน่นและเคี้ยวหนึบกว่า กลิ่นหอมของเนื้อเข้มข้น ไขมันน้อย กินแล้วสดชื่น เธอชอบเป็นพิเศษ
เนื้อกระต่ายก็เช่นกัน แม้ไม่มันเท่ากระต่ายบ้าน แต่รสสดหวานหอมเต็มคำ
จากที่เธอประเมิน ฝีมือทำอาหารของผู้ชายคนนี้ไม่เลวเลย
ซูชิงหว่านเอ่ยชมอย่างไม่หวงคำ ทั้งยังตั้งใจพูดให้เขารู้สึกดี “พี่ลู่ ทำกับข้าวอร่อยจังเลยค่ะ”
