คุยเรื่องบ้านเสร็จ ซูชิงหว่านก็ลุกขึ้นขอตัว เตรียมกลับบ้านพักปัญญาชนเยาวชน ลู่จิ่งชวนอาสาไปส่งเธอ
แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนร่างของทั้งคู่ดุจสายน้ำ รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าบนถนนดินดังสวบสาบแผ่วเบา ซูชิงหว่านเดินนำอยู่ข้างหน้า ฝีเท้าเบาสบาย ส่วนลู่จิ่งชวนเดินตามหลังไม่ไกล สายตาจับจ้องแผ่นหลังของเธอไม่วางตาตลอดทาง
เดินไปได้สักพัก ซูชิงหว่านก็หยุดกะทันหัน หันกลับมามองเขา “พี่ลู่ ขอบคุณนะ! ตั้งแต่ฉันลงชนบทมาเจอพี่ พี่ก็ช่วยฉันไว้ตั้งหลายเรื่อง ฉันไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณพี่ยังไงดี”
ลู่จิ่งชวนสาวเท้าเข้ามาหยุดตรงหน้า แสงจันทร์อาบใบหน้าของเธอ ทำให้ดวงตาคู่นั้นดูสุกใสกระจ่าง
เขามองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงหนักแน่น “หว่านหว่าน ไม่ต้องเกรงใจหรอก ได้ช่วยเธอ ฉันก็ดีใจแล้ว อีกอย่าง เธอก็น่าจะรู้นะว่าฉันชอบเธอ”
ทั้งสองสบตากันเงียบ ๆ บรรยากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นชวนกระอักกระอ่วน ซูชิงหว่านไม่คิดเลยว่าเขาจะพูดความในใจออกมาตรง ๆ แบบนี้ หัวใจเธอกระตุกวูบ ตกใจไม่น้อย
สายลมยามค่ำพัดผ่าน ปอยผมสองสามเส้นปลิวมาแนบแก้มซูชิงหว่าน ลู่จิ่งชวนยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ ปัดปอยผมนั้นทัดไว้หลังหูให้เธอ
