เช้าวันถัดมา ซูชิงหว่านเห็นว่าทั้งปัญญาชนเยาวชนหญิงและชายต่างมีฝ่ามือแดงช้ำ ผิวถลอกจนพองเป็นตุ่ม
อาการของจางซูหมิ่นหนักที่สุด เพราะเธอทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายจริง ๆ
ซูชิงหว่านอดสงสารพี่สาวแสนดีที่มาอยู่ชนบทนานถึง 4 ปีไม่ได้ จึงไปหยิบถุงมือสำหรับใช้แรงงานจากตู้ แล้วยื่นให้เธอ “พี่ซูหมิ่น เอานี่ไปใส่นะ ใส่ถุงมือแล้วคงดีขึ้นหน่อย”
จางซูหมิ่นเป็นคนรู้จักวางตัว ถึงปกติจะคอยช่วยเหลือซูชิงหว่านอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นถุงมือคู่นี้ยังมีค่ามาก บางบ้านถึงกับเลาะถุงมือออกมา แล้วเอาเส้นด้ายไปถักเป็นเสื้อกันหนาวใส่
ของดีขนาดนี้เธอจะรับไว้ได้อย่างไร จึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก เธอเก็บไว้ใช้เองเถอะ ของแพงจะตาย ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ หลายปีมานี้ก็ผ่านมาแบบนี้จนชินแล้ว”
ชินแล้วงั้นเหรอ?
คำว่า ‘ชินแล้ว’ ช่างเผยให้เห็นความขมขื่นตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
ซูชิงหว่านยัดของใส่อ้อมแขนอีกฝ่ายทันที พลางพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันให้พี่ก็รับไว้เถอะ ฉันยังมีอีก”
