ผนังด้านปลายเตียงอิฐมีหน้าต่างบานเล็กอยู่ แสงธรรมชาติส่องลอดเข้ามาเพียงน้อยนิด ทำให้มองเห็นได้ไม่ค่อยชัด ผนังฉาบด้วยดินเหลือง หลายจุดแตกร่อนจนเห็นฟางข้าวสาลีที่ผสมอยู่ด้านใน
ในห้องไม่มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น เตียงอิฐกินพื้นที่ไปเกือบครึ่งห้อง มีเพียงโต๊ะไม้เก่า ๆ ตัวหนึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามปลายเตียง ขาโต๊ะหักไปข้างหนึ่งแล้ว แต่ยังพอค้ำยันอยู่ได้ บนโต๊ะมีแก้วชาเคลือบสองใบ ส่วนบนพื้นฝั่งตรงข้ามมีอ่างสองใบ คงเป็นอ่างล้างหน้าของปัญญาชนเยาวชนรุ่นพี่สองคน
“ที่นอนตรงริมประตูเป็นของปัญญาชนหลี่ ส่วนที่อยู่ข้าง ๆ เป็นของพี่ เดี๋ยวพี่ขยับเครื่องนอนของพี่ไปทางปัญญาชนหลี่อีกหน่อย พวกเธอสามคนจะได้นอนพอดี”
จางซูหมิ่นเป็นคนลงมือทำทันที ขณะพูดก็ขยับเครื่องนอนของตัวเองไปด้วย เธอทำอะไรคล่องแคล่วและใจกว้าง ทั้งตัวยังแผ่บรรยากาศของพี่สาวคนโตออกมา เห็นแวบเดียวก็รู้ว่าเข้ากับคนง่ายและพร้อมรับผิดชอบ