ส่วนภายในลานบ้าน หวังอ้ายเสีย ภรรยาของลู่จิ่งซาน ซึ่งได้ยินบทสนทนาของพวกเขาตั้งแต่ต้นจนจบเมื่อครู่ ดวงตาพลันเป็นประกายขึ้นมา
ตกกลางคืน เมื่อเอนกายนอนบนเตียง หวังอ้ายเสียก็เกาะแกะลู่จิ่งซาน พูดพร่ำไม่หยุดว่า “จิ่งซาน งานสร้างบ้านให้ปัญญาชนซูยังมีโควตาเหลือไหม? ช่วงนี้เสี่ยวเฉียงน้องชายฉันว่างอยู่ ให้เขามาทำงานด้วยได้หรือเปล่า จะได้หาเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้าน”
ลู่จิ่งซานมองครอบครัวทางบ้านของภรรยาออกจนทะลุปรุโปร่งแล้ว พวกเขาเป็นพวกเหลือขอที่ช่วยยังไงก็ไม่ขึ้น
น้ำเสียงเขาไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย “เขาว่างอยู่แล้ว ไม่ได้ลงนา แถมวัน ๆ เอาแต่กินกับนอนขี้เกียจ จะให้มาทำงานงั้นเหรอ? เธอพูดออกมาได้ยังไง ถ้าเขามา คนอื่นจะทำงานกันดี ๆ ได้หรือไง? ฉันไม่อยากต้องตามเช็ดตามล้างให้เขาทุกวันหรอกนะ”
หวังอ้ายเสียไม่พอใจขึ้นมาทันที ในใจอัดอั้นด้วยความโกรธที่สามีดูถูกน้องชายของเธอถึงขนาดนี้
เธอตอบโต้เสียงห้วน “นี่ ลู่จิ่งซาน ทำไมพูดกับเขาแบบนั้นล่ะ อย่างน้อยเขาก็เป็นน้องเมียของคุณนะ มีงานหาเงินได้ก็ต้องนึกถึงคนในครอบครัวตัวเองก่อนสิ”
“คนในครอบครัวตัวเองงั้นเหรอ? พวกเขาเคยมองว่าเราเป็นคนในครอบครัวเมื่อไหร่? คราวก่อนเราเอาข้าวกับเนื้อไปให้ พวกเขาเอาอะไรให้เรากิน? ให้ลูกสองคนของเราแทะหมั่นโถวแข็งจนกัดไม่เข้า กินกับมันเทศ ส่วนของดี ๆ ที่เราเอาไปกลับลงท้องพวกเขาหมด ฉันบอกเธอไว้เลยนะ หวังอ้ายเสีย ต่อจากนี้นอกจากของกำนัลที่ควรให้ในวันปีใหม่กับเทศกาลต่าง ๆ แล้ว ห้ามแอบเอาของไปให้บ้านแม่อีก”
