แม้ลู่จิ่งซานจะตกลงกับคนงานไว้แล้วว่าไม่จัดอาหารให้ แต่น้ำชาก็ควรเตรียมไว้ อย่างไรก็ปล่อยให้เขาเป็นเถ้าแก่ที่ไม่ต้องทำอะไรเลยไม่ได้ คิดทบทวนอยู่หลายตลบ ซูชิงหว่านจึงตั้งใจว่าจะต้มซุปถั่วเขียวหม้อหนึ่งไปให้ตอนบ่าย
เธอยกถั่วเขียวชามใหญ่ไปที่ครัว เตรียมต้มน้ำ
แต่พอยืนอยู่หน้าเตาดิน เธอก็นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าตัวเองใช้เตาดินเป็นเสียที่ไหน น่าอับอายจริง ๆ
ในยุคปัจจุบันเธอใช้แต่เตาแก๊ส ส่วนเจ้าของร่างเดิมก็ถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเข้าครัวทำอาหารเลย
แต่ซูชิงหว่านไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ เธอจึงฝืนใจลองลงมือจัดการดู
ใครจะคิดว่าหลังจากง่วนอยู่พักใหญ่ ไฟในเตากลับไม่ติด แถมยังมีควันเขียวขโมงพวยพุ่งออกมา จนเธอสำลักไอไม่หยุด
ตอนนี้เธอเสียใจสุด ๆ ว่าตัวเองไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันนะ?
มั่นใจเกินไปแล้ว! เกินไปจริง ๆ!
ลู่จิ่งชวนเห็นควันเขียวลอยขึ้นจากลานด้านหน้า ก็รีบวิ่งเข้ามาทันที ตอนนี้ในลานมีแค่ซูชิงหว่านคนเดียว เขากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
ใครจะคิดว่าพอมาถึงหน้าครัว เขาจะเห็นใบหน้าที่เปื้อนเขม่าดำจนเหมือนแมวลาย แถมเธอยังไออย่างน่าสงสารไม่หยุด
ลู่จิ่งชวนรีบเข้าไปลูบหลังให้เธอ พาเธอไปยืนในที่อากาศถ่ายเท ส่วนตัวเองเดินเข้าไปจัดการเตา
ซูชิงหว่านมีสีหน้าอับอายอยู่บ้าง “ฉัน... ฉันใช้เตาดินไม่เป็น”
