เจียงซุ่ยเดินเตร็ดเตร่อย่างเบื่อหน่ายอยู่ในทางเดินสักพัก ในที่สุดก็เห็นร่างสูงโปร่งจากระยะไกล สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงทำงาน มัดผมหางม้า รูปร่างปราดเปรียวและดูองอาจ
ออร่าแบบนี้ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นนางเอก
เจียงซุ่ยปรับสีหน้าให้เรียบร้อย แล้วก้าวเข้าไปหา
“พี่ซวงเสวี่ย” เจียงซุ่ยเป็นฝ่ายทักก่อน
เจียงซวงเสวี่ยหยุดฝีเท้า หันมามองเธอ พลางยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ “น้องเจียงซุ่ย”
เจียงซุ่ยเริ่มจากการพูดคุยทักทาย ถามว่าเจียงซวงเสวี่ยมาถึงเมื่อไหร่ ถามว่าช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง กระทั่งถามถึงความเป็นอยู่ของหลูเจี้ยนโจวอย่างเข้ากับบทบาทของตัวเองเป็นอย่างดี
เจียงซวงเสวี่ยมีท่าทีไม่เย็นชาแต่ก็ไม่อบอุ่น ยังคงรักษามารยาทไว้ ตอบเพียงสั้น ๆ
เจียงซุ่ยไม่แปลกใจ เพราะร่างเดิมไม่ใช่คนดีอะไร ย่อมไม่ได้สร้างความประทับใจที่ดีให้เจียงซวงเสวี่ย ในฐานะนางเอกนิยายสะใจที่เอาคืนคนได้อย่างถึงใจ เจียงซวงเสวี่ยไม่ตบหน้าเธอให้หน้าหันตั้งแต่เจอกันก็นับว่าดีแล้ว
เมื่อใกล้ถึงประตูห้องจัดเลี้ยง เจียงซุ่ยก็เรียกนางเอกไว้
“พี่ซวงเสวี่ย เรื่องในอดีต ฉันอยากขอโทษ ตอนนั้นฉันไม่รู้จักคิด พูดจาไม่ดีใส่พี่ แถมยังทำเรื่องไม่ดีไว้อีกหลายอย่าง” เจียงซุ่ยแสดงท่าทีจริงใจ พยายามกอบกู้ภาพลักษณ์กลับมาบ้าง
“ฉันไม่ได้จะขอให้พี่ยกโทษให้ แค่อยากให้พี่รู้ว่าตอนนี้ฉันกลับตัวกลับใจแล้ว จะไม่ทำตัวงมงายไร้เหตุผลเหมือนเมื่อก่อนอีก”
เจียงซวงเสวี่ยประหลาดใจอยู่บ้าง จ้องมองเจียงซุ่ยครู่หนึ่ง ท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
เธอพยักหน้าแล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ดี ฉันรู้แล้ว”
พูดจบ เธอก็เตรียมผลักประตูเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง
