พอถึงช่วงบ่าย ฝนฟ้าคะนองก็ตกลงมาอีกตามคาด ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับยามพลบค่ำ ขบวนผู้คนที่อพยพหนีไปอย่างเอิกเกริกหายไปแล้ว บนถนนที่ถูกสายฝนกระหน่ำชะล้างเหลือเพียงรถยนต์ที่พลิกคว่ำอยู่คันหนึ่ง รถตำรวจและรถบรรทุกทหารที่ผ่านมานาน ๆ ครั้ง รวมถึงผู้ติดเชื้อที่พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเทียบกับเมื่อวาน วันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นไม่น้อย ก่อนหน้านี้ยังมีแค่ตัวเดียวพุ่งผ่านมานาน ๆ ครั้ง แต่ตอนนี้พวกมันรวมกลุ่มกันเป็นฝูงแล้ว รถตำรวจและรถทหารถูกพวกมันพลิกคว่ำไปไม่น้อย ทหารและตำรวจล้มตายบาดเจ็บนับไม่ถ้วน
วันนี้เจียงซุ่ยแทบไม่ได้ดูมือถือ เพราะสัญญาณแย่มาก อีกอย่างแบตมือถือก็เหลือไม่เท่าไร เธอมีพาวเวอร์แบงก์แค่สองก้อน จึงต้องใช้อย่างประหยัด
ไฟดับ แถมอากาศยังย่ำแย่ พอผ่านหนึ่งทุ่มไปได้ไม่นาน ทั้งห้องก็มืดสนิท
คิดถึงเมื่อคืนที่นอนไม่ค่อยหลับ คืนนี้เจียงซุ่ยกับเซี่ยยั่นหานจึงขึ้นเตียงกันแต่หัวค่ำ เตรียมตัวเข้านอน
ฝนที่ตกหนักทำให้อุณหภูมิลดลงไปอีกหลายองศา เมื่อคืนห่มผ้าห่มบางสำหรับหน้าร้อนยังพอทนได้ แต่คืนนี้ไม่ว่าจะนอนอย่างไรก็รู้สึกหนาว
เจียงซุ่ยจามไม่หยุดตลอดทั้งคืน สุดท้ายจึงสวมเสื้อผ้าทุกตัวที่มีแล้วห่มผ้าทับ ถึงได้รู้สึกหนาวน้อยลงบ้าง
คืนนี้ลมแรงเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าบ้านไหนลืมปิดประตูหน้าต่างไว้ เสียงกระแทกดังโครมครามแว่วมาตลอด
เจียงซุ่ยฟังเสียงจากข้างนอก หลับตาลง แล้วก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจค่อย ๆ สม่ำเสมอและสงบ เพราะหนาวเกินไป เธอจึงขยับเข้าใกล้บริเวณที่มีความอบอุ่นโดยไม่รู้ตัว ศีรษะเอียงลง หน้าผากแตะไหล่ของเซี่ยยั่นหานเบา ๆ
อุณหภูมิร่างกายของเด็กสาวอบอุ่นมาก ราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็ก ๆ ความร้อนแผ่มาอย่างต่อเนื่อง แผดเผาจนใจเซี่ยยั่นหานร้อนรุ่มกระสับกระส่าย
