เมื่อเจียงซุ่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็เป็นวันรุ่งขึ้นแล้ว เธอนอนอยู่ในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล
เสียงตะโกนโกลาหลและเสียงแตรรถดังมาจากชั้นล่าง ด้านนอกทางเดินมีพยาบาลวิ่งไปวิ่งมาไม่หยุด บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็พูดจาไม่รู้เรื่อง ยังมีคนที่สติแตกกรีดร้องโวยวาย
เจียงซุ่ยพยายามลุกขึ้น แต่พอขยับตัวก็รู้สึกเหมือนฟ้าดินหมุนคว้าง มึนจนอยากอาเจียน
อุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เธอสมองกระทบกระเทือน เธอสัมผัสได้ถึงผ้าก๊อซที่พันอยู่บนหน้าผาก และยังมีบาดแผลอีกหลายแห่งทั่วร่าง ตอนนี้ทุกแห่งเริ่มส่งสัญญาณความเจ็บปวดมาแล้ว
ลุกไม่ไหว เจียงซุ่ยจึงทำได้แค่กลอกตามองไปด้านข้าง
นี่เป็นห้องผู้ป่วยสามเตียง เธอนอนอยู่ตรงกลาง ส่วนเตียงใกล้ประตูมีเซี่ยยั่นหานนอนหมดสติไม่รู้สึกตัว เจียงซุ่ยสังเกตเห็นว่าขาทั้งสองข้างของเขาเข้าเฝือกไว้ แขนขวาก็เช่นกัน ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด
ตอนเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนเข้าทางด้านที่เซี่ยยั่นหานนั่ง เขาจึงได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด
เจียงซุ่ยรู้สึกผิดและโทษตัวเองอย่างรุนแรงขึ้นมาทันที ถ้าตอนขับรถเธอไม่วอกแวกก็คงดี บางทีอาจหลบรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาได้
“โฮสต์” ระบบที่แสร้งตายมาหลายวันจู่ ๆ ก็ส่งเสียงขึ้น ทำเอาเจียงซุ่ยสะดุ้ง
หลายวันมานี้ระบบเงียบสนิทตลอด เจียงซุ่ยนึกว่ามันคงถอดใจกับเธอไปนานแล้ว และไปหาโฮสต์คนใหม่เรียบร้อย
“ตอนนี้เข้าใจหรือยัง? ต่อให้คุณไม่รับภารกิจ เนื้อเรื่องบางส่วนก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี” น้ำเสียงระบบเย็นชาและเป็นหุ่นยนต์ เป็นเพียงการบอกเล่าข้อเท็จจริง “อย่างเช่น อุบัติเหตุรถยนต์และตัวมารใหญ่ขาทั้งสองข้างบาดเจ็บ”
ในต้นฉบับ เซี่ยยั่นหานประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะเจียงซุ่ยไม่พอใจ จึงแก้แค้นด้วยการผลักเซี่ยยั่นหานลงไปกลางถนน จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ
