ยามพลบค่ำ
ฟ้าค่อย ๆ มืดมัวลง
ณ ตำแหน่งที่ไม่ไกลจากยอดเขาแห่งหนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋พาเสี่ยวอีลงจอดอย่างเงียบเชียบ
ใช่แล้ว จากช่วงเกือบเที่ยงจนถึงตอนนี้ ใช้เวลานานกว่าครึ่งวัน พวกเขาถึงได้มาถึงที่ที่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านอยู่
จากตรงนี้ก็พอมองออกว่าพื้นที่ของเทือกเขานี้กว้างใหญ่แค่ไหน
“ผู้อาวุโสทั้งสองอยู่หลังเขานั่นเหรอ”
เสียงแมวเก้าหางดังขึ้น
“อืม”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า หันไปมองเสี่ยวอีข้าง ๆ “ตื่นเต้นไหม”
“มี… นิดหน่อย”
ริมฝีปากแดงของเสี่ยวอีขยับ
เมื่อคืนก่อน แม้เธอจะมีประสบการณ์มาบ้าง
แต่ที่นี่ต่างออกไป เพราะตามความทรงจำ ชายชราอีกคนที่ชื่อไช่จิ้นคืออาจารย์ของสวีหลาน
ในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งต้องทดสอบฝีมือการแสดงมากกว่าเดิม
เพราะอาจารย์ย่อมรู้จักศิษย์ดี หากมีพิรุธแม้แต่นิดเดียว ก็อาจถูกจับสังเกตและพบความผิดปกติ
ถ้าล้มเหลว เป้าหมายของเจียงเสี่ยวไป๋ในครั้งนี้ก็ต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ดังนั้นถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นเลยก็โกหกทั้งเพ
เจียงเสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นวางบนหัวเสี่ยวอีเบา ๆ
ที่จริงตอนมา เขาเคยคิดจะใช้วิธีแข็งกร้าว อ่านความทรงจำตรง ๆ
แต่ถ้าสำนักพิษกับสภาฟู่เป่าไม่ได้ติดต่อกับทางนี้ ก็จะเป็นการตีหญ้าให้งูตื่น
และยังหนักกว่าตอนที่เขาฆ่าเหว่ยฮั่วเสียอีก
