“น้องชาย!”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ปรากฏตัว ซ่งเหลียนก็มองพลางถูมือ สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
หวังว่าเจียงเสี่ยวไป๋หลังจากหลับไปหนึ่งคืน ลูกแก้วผนึกวิญญาณที่กลืนไปจะออกมา
และทันทีที่พูดจบ ก็สูดจมูกฟุดฟิดแล้วว่า “หอมจัง!”
กลิ่นหอมประหลาดมาก
แค่ได้สูดดมก็รู้สึกสบายจนถึงขีดสุด
จงฮวาเองก็สูดเข้าไป สีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน
นี่มันกลิ่นอะไรกัน
เมื่อวานยังไม่มีเลยแท้ ๆ
ลู่ปิงเองก็รู้สึกประหลาด
ในฐานะผู้หญิง เธอยิ่งไวต่อกลิ่นหอม
แต่กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่เธอเพิ่งได้สูดดมเป็นครั้งแรก
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นสีหน้าฉงนของทั้งสามคน ก็ไม่สะดวกจะอธิบายอะไร จึงเปลี่ยนเรื่องว่า “พวกคุณอยากดูว่าลูกแก้วผนึกวิญญาณหลุดออกมาหรือยังใช่ไหม?”
คำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ดึงความสนใจของทั้งสามคนกลับมา
ซ่งเหลียนพยักหน้าทันที
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีความหวัง แต่ลูกแก้วผนึกวิญญาณเป็นสิ่งมีค่ามาก จึงลองถามดู
เผื่อว่ามันจะยังอยู่จริง ๆ?
เจียงเสี่ยวไป๋กระแอมไอ ไม่ได้พูดอะไร พลังวิญญาณแผ่ออกไปชั่วขณะ ผนึกตราสัญลักษณ์อันเจิดจ้าปรากฏขึ้นใต้เท้าของทั้งสามคน
ครู่ต่อมา เจียงเสี่ยวไป๋ก็เก็บพลังวิญญาณกลับมา
ที่เขาทำแบบนี้ ก็เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองไม่ได้โกหก
เมื่อเห็นสายตาผิดหวังของซ่งเหลียน ก็รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยว่า “หนึ่งคืนก็ยังไม่ออกมา และดูท่าคงออกมาไม่ได้แล้ว ดังนั้นผมเลยตัดสินใจจะชดเชยให้พวกคุณ!!”
“ชดเชย?”
ซ่งเหลียนได้ยิน พอจะปฏิเสธ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นตะลึงงัน กระทั่งไม่อยากจะเชื่อ
