“เอาล่ะทุกคน ควรแยกย้ายกันได้แล้ว!”
เจียงเสี่ยวไป๋กดเสียงปรบมือรอบข้างลง แล้วพาหลินซืออวิ๋นและจางอีอีมาที่ห้องทำงานชั้นสอง
เพิ่งก้าวเข้าประตู หลินซืออวิ๋นก็อดไม่ไหวเข้าไปกอดเจียงเสี่ยวไป๋ น้ำตาไหลริน
เจียงเสี่ยวไป๋มองหลินซืออวิ๋นในอ้อมกอด อดถอนหายใจไม่ได้
เขาเข้าใจดี
ไป่หยุนคือหยาดเหงื่อแรงใจของหลินซืออวิ๋น และคราวนี้ยังพุ่งเป้าไปที่หลินป๋อด้วย
ไม่ว่าเกิดกับใครก็รู้สึกแย่ทั้งนั้น
ระบายอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง หลินซืออวิ๋นเช็ดน้ำตาแล้วมองเจียงเสี่ยวไป๋ “อาจารย์เจียง ทำไมคุณถึงมาได้คะ”
“อ๋อ อีอีโทรมา!” เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม
“อีอี?”
หลินซืออวิ๋นตะลึงไปชั่วขณะ เงยหน้าขึ้นก็พบว่าจางอีอียืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าก็แดงวาบขึ้นมาทันที แล้วรีบยืดตัวตรงอย่างรวดเร็ว
“ประธานหลิน ทิชชู่ค่ะ!”
จางอีอีหยิบซองทิชชู่เล็ก ๆ จากตัวยื่นให้หลินซืออวิ๋น ในดวงตาคู่งามแฝงร่องรอยความอิจฉาอยู่เล็กน้อย
ขณะครุ่นคิด สายตาคู่นั้นก็อดเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แวบหนึ่งไม่ได้
“ขอบใจนะ!”
หลินซืออวิ๋นยังคงดูขวยเขินเล็กน้อย “อีอี คราวนี้ขอบใจเธอมาก!”
หากไม่ใช่เพราะจางอีอีโทรหาเจียงเสี่ยวไป๋ทันเวลา เจียงเสี่ยวไป๋ก็อาจมาไม่ทัน
และหากให้เธอจัดการตามลำพัง เรื่องก็คงไม่อาจจัดการได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้
จางอีอีส่ายหน้าเบา ๆ ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่ฉันควรทำค่ะ!”
“อาจารย์เจียง คราวนี้ คุณแนะนำคนเก่งมาให้ฉันจริง ๆ!”
