“ไม่เป็นไรนะ!”
เสียงอ่อนโยนดังขึ้นข้างหูของหลินซืออวิ๋น
หลินซืออวิ๋นเอียงคอมอง เมื่อเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ ก็กัดริมฝีปากแน่น ขอบตาเริ่มแดงก่ำ
การมาถึงของเจียงเสี่ยวไป๋ ทำให้ความอัดอั้นของเธอหาทางระบายออกมาได้
แต่ตอนนี้เธอกำลังกลั้น ไม่ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา
“พี่เจียง!”
จางอีอีเดินมาอยู่ข้างกายเจียงเสี่ยวไป๋
“อืม!”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าเบา ๆ จากนั้นครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอียงตัวไปกระซิบสองประโยคข้างหูจางอีอี
หูของจางอีอีแดงระเรื่อ เธอหดคอขาวเนียนเล็กน้อย แต่ก็อดทนฟังจนจบ
“ได้เหรอ?”
จางอีอีฟังจบ ใบหน้าหวานฉายแววประหลาดใจ
เธอไม่ถามอะไรมาก หันหลังแล้วรีบวิ่งจากไป
เมื่อเห็นจางอีอีจากไป เจียงเสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้น กวาดตามองหลินป๋อด้วยแววตาเย็นวาบ
เมื่อหันไปมองผู้หญิงวัยกลางคนนั่นอีกครั้ง เขายิ่งมีแรงกระตุ้นที่อยากจะตบเข้าให้สักฉาด
ใช่แล้ว โชคดีที่เขามาทันเวลา
ไม่อย่างนั้นแค่ผลักครั้งนั้น ถ้าหลินซืออวิ๋นศีรษะกระแทกพื้น อย่างเบาก็คงสมองกระทบกระเทือน
โหดชะมัด!
แต่เขารู้ว่า ตอนนี้ใช้อารมณ์ไม่ได้ ต้องรับมืออย่างสุขุม
สูดหายใจลึก ๆ เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้น หลังจากพิจารณาครู่หนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “คุณพี่ อาการป่วยของคุณ ดูเหมือนจะค่อนข้างหนักนะครับ!”
สิ้นเสียง ผู้หญิงวัยกลางคนชะงักไป พอตั้งสติได้ก็ทำสีหน้าโกรธจัด “เหลวไหล! เป็นเพราะผลิตภัณฑ์ของพวกเธอไป่หยุนทั้งนั้นแหละ!”
เจียงเสี่ยวไป๋ดูออกในพริบตาว่านางเกี่ยวพันลึกซึ้งกับหลินซืออวิ๋น คงเป็นพวกเดียวกันแน่
