บทที่ 4 หลักฐานแน่นหนา
จี้หยุนซูใจหายวาบ เรียกสติกลับมา เงยหน้าขึ้น ก็ประจวบเหมาะสบตากับเซี่ยมั่วเย่าบนเตียงพอดี
สิ่งที่ควรจะมา สุดท้ายก็มาจนได้
นางลุกขึ้น เปิดประตู ด้านนอกห้องมีผู้คนยืนเบียดเสียดแน่นขนัด
เมื่อเห็นจี้หยุนซูเปิดประตู ระลึกถึงเรื่องเมื่อคืนวาน สีหน้าผู้คนล้วนฉายแววกระอักกระอ่วน
จี้หยุนซูแสร้งทำเป็นไม่เห็นสีหน้าพวกเขา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“ข้างหน้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ยืนนิ่งเป็นตอไม้กันอยู่ได้ ยังไม่รีบบอกมาอีก”
นางมีสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงเคร่งขรึม ก่อเกิดความรู้สึกกดดันแก่ผู้คนอย่างไม่รู้ตัว
เหล่าสาวใช้มองหน้ากันไปมา แล้วรีบก้มศีรษะ ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
ฮูหยินอ๋องผู้นี้สมคำร่ำลือจริง ๆ อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
เซี่ยหลินเดิมทีคิดจะเข้าไปหาเซี่ยมั่วเย่าในห้อง ทว่าเมื่อเห็นจี้หยุนซูมีท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็นเช่นนี้ ก็พลันเอ่ยขึ้นอย่างไม่รู้ตัวว่า
“ฮูหยินอ๋อง เมื่อครู่นี้ องครักษ์ผู้บัญชาการนำกำลังคนหลายร้อยมาล้อมจวนเราไว้ กล่าวหาว่าอ๋องของเราคบคิดกับศัตรูทรยศชาติ ยักยอกเสบียงทหาร เขาถือราชโองการมายึดทรัพย์จวนเรา! ฮูหยินอ๋อง ตอนนี้เราควรทำเช่นใดดีขอรับ?”
“ผู้อื่นในจวนล้วนไปรออยู่ด้านหน้ากันหมดแล้ว บัดนี้เหลือเพียงฮูหยินกับอ๋องเท่านั้นที่ยังไม่ไป ฮูหยินอ๋อง เช่นนั้นพวกเราพาอ๋องหนีไปกันดีหรือไม่? นี่มันเป็นการใส่ร้ายอย่างชัดแจ้ง! อ๋องของเราเปิดเผยตรงไปตรงมา เพื่อราษฎรแคว้นตงหลิง ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน ชีวิตเกือบจะดับสูญ! อ๋องของเราจะคบคิดกับศัตรูทรยศชาติได้เยี่ยงไร!” เซี่ยหลินยิ่งพูดก็ยิ่งร้อนรน พูดมาถึงตอนท้าย แม้แต่คำพูดก็เริ่มจับใจความไม่ได้
จี้หยุนซูปรายตามองเขาเพียงครั้งเดียว น้ำเสียงไม่เร่งร้อนไม่เชื่องช้า
“เจ้าร้อนรนไปไย ตามรับใช้อ๋องของเจ้ามาหลายปี เรื่องแค่นี้ก็ตื่นตูม สวรรค์ถล่มลงมา ก็ยังมีคนตัวสูงค้ำไว้”
กล่าวจบ นางนิ่งครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อไปว่า “พวกเจ้าเข้าไปสักสองสามคน ช่วยอ๋องชำระล้างแต่งตัว ราชโองการมาแล้ว ย่อมต้องออกไปรับ”
ไม่รับราชโองการ ผู้คนที่นี่วันนี้เกรงว่าคงไม่มีใครก้าวออกจากจวนอ๋องปราบเหนือได้
น้ำเสียงนางไม่รีบร้อนไม่เชื่องช้า ฟังแล้วทำให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้าง
ในใจเซี่ยหลินยังร้อนรนยิ่ง ทว่าบนใบหน้าก็สงบลงมาก นำสาวใช้สองคนเข้าห้อง
นอกจากสองคนที่เซี่ยหลินนำเข้าห้องไปแล้ว ผู้อื่นด้านนอกจี้หยุนซูให้พวกเขาแยกย้ายไปก่อน ไปที่ลานด้านหน้า
ผู้คนมากมาย อยู่ที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ จวนอ๋องปราบเหนือถูกยึดทรัพย์ เหล่าสาวใช้และบ่าวรับใช้เพียงเชื่อฟังว่าง่าย ก็พอจะคาดว่าฮ่องเต้คงไม่ถึงขั้นเข่นฆ่าล้างผลาญ เพราะเป้าหมายของฮ่องเต้ ก็มีเพียงเซี่ยมั่วเย่าและคนอื่น ๆ เท่านั้น
เหล่าสาวใช้พากันจากไป ระเบียงทางเดินจึงเหลือเพียงจี้หยุนซูคนเดียว นางมองซ้ายทีขวาที แล้วอันตรธานหายไปอย่างไร้สุ้มเสียง
เมื่อเซี่ยมั่วเย่าออกมาพร้อมกับคนอื่น ๆ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของจี้หยุนซู ต่างก็คิดว่าจี้หยุนซูไปด้านหน้าพร้อมกับคนอื่น ๆ แล้ว
เซี่ยมั่วเย่าเป็นผู้ถูกหามออกมา เมื่อพวกเขามาถึงลานด้านหน้า ในลานก็เต็มไปด้วยผู้คนยืนออแน่น ในหมู่คนมีเสียงสะอื้นร่ำไห้ดังแว่วมาเป็นระยะ
ผู้บัญชาการองครักษ์ยืนอยู่ด้านหนึ่ง เชิดอกเชิดหน้า เมื่อเห็นเซี่ยมั่วเย่าถูกหามมา ในแววตาก็ฉายแววเย้ยหยัน หยิบราชโองการในมือขึ้นมาอ่านเสียงดัง
“รับบัญชาสวรรค์ ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการ บัดนี้สืบทราบแน่ชัดว่าอ๋องปราบเหนือเซี่ยมั่วเย่า คบคิดกับศัตรูทรยศชาติ ทุจริตเสบียงทหาร หลักฐานแน่นหนา ผิดมหันต์อุกฤษฏ์โทษ! แต่คำนึงถึงบิดาพี่น้องของเขาสละชีพเพื่อชาติ ฉะนั้นโทษประหารอาจงดเว้น แต่โทษทัณฑ์หนีไม่พ้น บัดนี้ให้ยึดทรัพย์จวนอ๋องปราบเหนือ ทรัพย์สินริบเข้ากรมคลังตามกฎหมาย บุตรภรรยาที่เหลือในจวนให้เนรเทศทั้งหมด! เคารพราชโองการ!”
ผู้บัญชาการอ่านจบ เก็บราชโองการในมือ ยื่นมาตรงหน้าเซี่ยมั่วเย่า น้ำเสียงเยาะเย้ยว่า
“ท่านอ๋องปราบเหนือ โอ ไม่ใช่แล้ว ตอนนี้ท่านมิใช่ท่านอ๋องปราบเหนืออีกแล้ว ตอนนี้ท่านก็เป็นแค่ราษฎรสามัญ รับราชโองการเถิด!”
แม้เซี่ยมั่วเย่าจะถูกหามมา ทว่ากลิ่นอายสังหารที่บ่มเพาะจากการออกรบในสนามรบมานานปีก็มิได้ลดน้อยลงเลย เขาจ้องมองผู้บัญชาการองครักษ์อย่างเย็นชา
“ท่านบอกว่าข้าคบคิดกับศัตรูทรยศชาติ หลักฐานแน่นหนา เช่นนั้นข้าขอเชิญท่านนำหลักฐานออกมาให้เห็นประจักษ์! หากพวกท่านไร้หลักฐาน ยังจะยัดเยียดข้อหาคบคิดกับศัตรูทรยศชาติให้ข้า นั่นก็กลัวว่าคงยากจะปิดปากผู้คนทั่วหล้า!”
เขาจะคบคิดกับศัตรูทรยศชาติได้อย่างไร? ขอเพียงไร้หลักฐาน ก็มีโอกาสพลิกฟื้นคืนมา!
จี้หยุนซูแฝงกายในความมืดตั้งแต่ต้นจนจบ เฝ้ามองดูสถานการณ์ในลานอย่างเงียบ ๆ นางก็อยากรู้เช่นกันว่า บัดนี้ทั่วทั้งจวนถูกนางขนย้ายไปเกือบหมดแล้ว เหลือไว้ก็เพียงแต่อาคารว่างเปล่า พวกคนเหล่านี้จะเสาะหาสิ่งที่เรียกว่า “หลักฐาน” ได้จากที่ใดอีก
ไท่ฮูหยินอ๋องก้าวออกมาจากหมู่คน น้ำเสียงหนักแน่นสงบนิ่ง ไม่เห็นความตื่นตูมเลยแม้แต่น้อย
“บุตรชายของข้าพูดมีเหตุผล พวกเจ้าวันนี้เว้นแต่จะนำหลักฐานออกมา มิเช่นนั้น ต้องการใส่ความจะหาเหตุใดมิได้ รอฆ่าคนทั้งเป็นเช่นนี้ พวกเราไม่มีทางยอมรับผิดเป็นอันขาด!”
หากเป็นสตรีธรรมดา คงถูกภาพตรงหน้าทำให้ตื่นตระหนกไปนานแล้ว ทว่าไท่ฮูหยินอ๋องติดตามท่านอ๋องปราบเหนือผู้เฒ่ามาหลายปี ก็พกพากลิ่นอายน่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงท่าทางแต่อย่างใด
เซี่ยมั่วฮวนที่อยู่เบื้องหลังนางกับสตรีอีกสองคนก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้าสองก้าว ยืนหยัดเคียงข้างไท่ฮูหยินอ๋องอย่างมั่นคง
จี้หยุนซูจำได้ว่า สตรีที่ตามอยู่ข้างไท่ฮูหยินอ๋องผู้นั้น คือบุตรสาวแท้ ๆ ของเซี่ยมั่วเย่า สตรีอีกสองคนนั้น ก็คือพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองของเซี่ยมั่วเย่า พี่สะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ท้องโตจนเคลื่อนไหวไม่ค่อยสะดวก เห็นทีอีกไม่นานคงจะถึงกำหนดคลอด
ผู้บัญชาการองครักษ์กวาดตามองทุกคน ในแววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน “ได้ พวกเจ้านี่ไม่เห็นโลงก็ไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ ด้วย อยากได้หลักฐานใช่ไหม! ข้าจะให้หลักฐานแก่พวกเจ้า ให้พวกเจ้าจนใจยอมจำนน!”
กล่าวพลาง เขาก็ตะโกนก้องไปในหมู่คนว่า “มานี่! ขนหลักฐานที่อ๋องปราบเหนือคบคิดกับศัตรูทรยศชาติออกมา!”
สิ้นเสียงผู้บัญชาการองครักษ์ ชายฉกรรจ์ไม่กี่คนก็หามหีบใหญ่ใบหนึ่งออกมาจากด้านข้าง วางหีบไว้ตรงหน้าผู้คน เปิดออก ในหีบมีเงินทองวางเรียงรายเป็นระเบียบแน่นขนัดอยู่เต็มหีบ บนกองเงินทองนั้นยังมีจดหมายวางปิดทับอีกหนึ่งฉบับ
หน้าซองจดหมายเขียนว่า
“ถึงอ๋องปราบเหนือเซี่ยมั่วเย่า เปิดอ่านด้วยตนเอง”
วินาทีที่เปิดหีบออก ทุกคนก็ตะลึงงัน
เมื่อครู่ฉลากปิดผนึกบนหีบ พวกเขาล้วนเห็นแล้ว สิ่งของในหีบนี้มาจากกรมคลังจริง ๆ ยังไม่เคยถูกเปิดผนึกมาก่อน
เซี่ยมั่วเย่าหรี่ตาลงอย่างเย็นชา สิ่งของในหีบนี้ ไม่ใช่ของจวนอ๋องปราบเหนือของพวกเขาเป็นอันขาด!
นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บ เขาได้กำชับกำชาคนในจวนครั้งแล้วครั้งเล่า ห้ามไม่ให้สิ่งของไม่ทราบที่มาเข้าสู่จวน ก็เพราะเกรงกลัวการถูกใส่ร้าย ในช่วงหนึ่งปีมานี้ จวนอ๋องปราบเหนือก็คุมเข้มงวดกวดขันมากมาตลอด ไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง
จนกระทั่งเมื่อคืนวาน เขาแต่งงาน สิ่งที่เข้าสู่จวน ก็มีเพียงจี้หยุนซูและผู้คนกับสิ่งของที่จี้หยุนซูนำติดตัวมาด้วย
ชะรอย......
ทันใดนั้น เขาก็หันขวับไป จ้องเขม็งไปยังระเบียงทางเดินอันมืดมัวไม่ไกลนัก
จี้หยุนซูยังคงยืนอยู่ที่เดิม ทั้งคนงงงวย งุนงงอยู่บ้าง เพียงเพราะหีบสิ่งของที่ผู้บัญชาการองครักษ์เพิ่งเปิดออกมา นางเคยเห็นมาก่อน
หาไม่ ต้องบอกว่า ควรเป็นร่างเดิมที่เคยเห็น
ในความทรงจำ ก่อนนางอภิเษกหนึ่งราตรี อนุจูแห่งกรมวังกับบิดาสารเลวของนาง ได้พานางไปที่คลังสมบัติเพื่อดูสินสมรสของนางเป็นพิเศษ ท่ามกลางกองสินสมรสมากมายนั้น นางเคยเห็นหีบใบนี้อย่างชัดเจน