เซี่ยมั่วเย่านอนอยู่บนเตียง สีหน้าเรียบเฉยมองการกระทำของจี้หยุนซู ไม่ว่าสตรีผู้นี้จะทำสิ่งใด ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ตอนนี้เขาเพียงหวังให้นางรีบออกไปจากห้องของเขาเสียที!
เมื่อเห็นจี้หยุนซูเตรียมจะจากไป เขาก็ถอนหายใจโล่งอกโดยสิ้นเชิง กำลังจะเรียกคนเข้ามา แต่กลับพบว่าการกระทำของจี้หยุนซูที่กำลังปีนหน้าต่างพลันหยุดชะงัก.....
สตรีผู้นี้จะไปหรือไม่ไปกันแน่?
จี้หยุนซูยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง ภาพในหัวของนางพลันแปรเปลี่ยน กลายเป็นอีกโลกหนึ่ง ดุจแดนสวรรค์กลางโลกมนุษย์ รอบด้านเต็มไปด้วยขุนเขาเขียวขจีและสายน้ำใสสะอาด ไม่ไกลออกไปมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ข้างห้างยังมีบ้านพักหลังเล็กที่ตกแต่งงดงามยิ่งนัก
เพียงแต่ ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกสิ่งในมิตินี้ ดูแล้วไม่สมจริงเอาเสียเลย ขณะที่นางกำลังข้องใจ เสียงจักรกลในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【มิติเพิ่งเปิดใช้งาน อยู่ในสภาพดั้งเดิม โฮสต์สามารถกระตุ้นปัจจัยที่ซ่อนอยู่ เพื่อปลดล็อกทรัพยากรทั้งหมดในมิติ】
จี้หยุนซูงุนงงนัก นี่มันอะไรกัน?
กระตุ้นปัจจัยที่ซ่อนอยู่ ปลดล็อกทรัพยากร?
ระบบพังนี่เพี้ยนไปแล้วหรือ?
ระบบจะให้ก็ให้ไปสิ จะมาเล่นอะไรอย่างนี้อีก! ช่างไม่เห็นแก่กันเอาเสียเลย!
"เอ่อ ระบบ เจ้าอยู่หรือไม่? บอกให้ชัดหน่อยได้ไหม ว่าปัจจัยที่ซ่อนอยู่คืออะไร?"
ระบบ: ……
เสียงจักรกลในหัวไม่ดังขึ้นอีก จี้หยุนซูอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก
ช่างเถอะ!
ระบบพังนี่ก็เป็นใบ้ไปเสียครึ่ง ดูท่าแล้ว หากอยากปลดล็อกทรัพยากรในมิตินี้ คงต้องนางค่อย ๆ ศึกษาด้วยตัวเองเสียแล้ว
แม้จะลำบากอยู่บ้าง แต่การได้ของวิเศษเช่นนี้มาเปล่า ๆ จี้หยุนซูก็ยังรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก
คิดได้ดังนี้ ทัศนียภาพตรงหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ภาพที่เห็นในหัวเมื่อครู่ล้วนอันตรธานหายไป จี้หยุนซูรู้สึกฉงน จึงลองใช้จิตสัมผัสเข้าไปในมิติดังกล่าวอีกครั้ง แต่กลับเข้าไม่ได้อีกแล้ว
ขณะที่นางกำลังสงสัย เสียงจักรกลชุดนั้นในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【ระยะเวลาเริ่มต้นที่โฮสต์ดำรงอยู่ในมิติคือสามสิบวินาที หากต้องการเพิ่มระยะเวลาการดำรงอยู่ในมิติ กรุณากระตุ้นปัจจัยที่ซ่อนอยู่】
จี้หยุนซู: ……
ชิปหาย
นางกำลังจะเอ่ยคำหยาบ ในหัวก็พลันปรากฏข้อความบรรทัดหนึ่ง
【คำแนะนำด้วยความปรารถนาดี: ระบบนี้มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลกับเซี่ยมั่วเย่าที่จบชีวิตอย่างอนาถในหนังสือเล่มนั้น หากเซี่ยมั่วเย่ายังมีชีวิตอยู่ ระบบก็จะดำรงอยู่ หากเซี่ยมั่วเย่าตาย ระบบจะล่มสลาย พังทลาย โฮสต์ก็จะตายตาม】
จี้หยุนซูมองข้อความในหัว ยิ่งมองไปตอนหลังก็ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ เมื่อเห็นคำไม่กี่คำสุดท้าย นางถึงกับหายใจไม่ค่อยสะดวก
อะไรวะเนี่ย?!
เซี่ยมั่วเย่าตาย นางก็ตายตาม?
มันไม่มีทางเป็นอย่างนี้สิ!
นางเบี่ยงหน้ามองเซี่ยมั่วเย่าที่นอนอยู่บนเตียง แม้ชายผู้นี้จะดูดีไม่น้อย แต่สีหน้าซีดเซียว ริมฝีปากไม่มีสีเลือดเลยสักนิด หรืออาจยังถูกพิษ!
ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกอายุสั้น เหตุใดชะตาของนางต้องผูกกับเจ้านี่ด้วย!
แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อข้ามภพมาแล้ว ก็ปล่อยไปตามยถากรรมเถิด!
ต้องหาทางเลี้ยงดูเจ้าบ้านี่ให้ขาวอวบอิ่มเสียก่อน เมื่อปลดล็อกเวลามิติถึงขั้นสูงสุด แล้วปลดล็อกทรัพยากรทั้งหมดในมิติแล้ว นางก็จะเตะเจ้าบ้านี่ทิ้งไปเสีย แล้วมีชีวิตสุขสบายของตัวเองต่อไป!
คิดได้ดังนี้ นางก็ไม่คิดจะปีนหน้าต่างจากไปอีก หันกลับมาข้างเตียง เปิดผ้าห่มผืนนั้นขึ้น แล้วนั่งลงบนขอบเตียงทันที
"นี่ เซี่ยมั่วเย่า ตอนนี้เป็นยามใดแล้ว?"
นางเพิ่งข้ามภพมายังยุคโบราณ ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเวลาในยุคโบราณนี้
ร่างของเซี่ยมั่วเย่าพลันเกร็งขึ้นมาบ้าง จ้องมองจี้หยุนซูเขม็ง เขาไม่รู้ว่าจี้หยุนซูต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่ มองดูสีฟ้าภายนอกหน้าต่าง แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า
"ตอนนี้น่าจะเป็นยามไฮ่ เมื่อครู่เจ้ามิใช่จะจากไปหรือ เหตุใดยังไม่ไปอีก"
หรือยังคิดจะเข้าหอกับเขาอย่างนั้นหรือ?
"หากเจ้ายอมจากไปแต่ตอนนี้ สัญญาหย่า พรุ่งนี้ข้าจะส่งไปถึงกรมวัง"
จี้หยุนซูเลิกคิ้ว สัญญาหย่าหรือ?
นี่คิดจะให้นางไปอย่างนั้นเอง?
หากเป็นเมื่อก่อน นางย่อมปรารถนาเป็นที่สุด แต่ตอนนี้เล่า……
นางคลี่ยิ้มหวานขยับเข้าใกล้เซี่ยมั่วเย่าอีกนิด น้ำเสียงจริงใจยิ่งนัก
"เอ่อ สามี เจ้าพูดอะไรเหลวไหล? เราสองคนแต่งงานกันแล้ว ก็เป็นสามีภรรยากัน จะหย่าร้างได้อย่างไร เจ้าอยู่ที่ใด ข้าก็ต้องอยู่ที่นั้นสิ"
แม้นางยังไม่รู้ว่าปัจจัยที่ซ่อนอยู่ที่ระบบมิติบอกไว้คืออะไร แต่ในเมื่อมิตินี้เกี่ยวข้องกับเซี่ยมั่วเย่า ก็เป็นไปได้ว่าปัจจัยในการปลดล็อกทรัพยากรเหล่านั้น ก็ต้องเกี่ยวข้องกับเซี่ยมั่วเย่าเช่นกัน
คนผู้นี้ ตอนนี้ก็คือสมบัติล้ำค่า
จากไป เป็นไปไม่ได้ที่จะจากไป
นางแทบอยากจะแยกเซี่ยมั่วเย่าออกเป็นชิ้น ๆ แล้วศึกษาอย่างละเอียด ว่าแท้จริงแล้วจะทำอย่างไรถึงจะปลดล็อกทรัพยากรในมิตินั้นได้ทั้งหมด
เซี่ยมั่วเย่าถูกคำพูดของจี้หยุนซูทำให้ตะลึงงันไป สตรีผู้นี้ช่างไม่เหมือนกับที่เขาสืบทราบมาเลย?
ตามข่าวที่เขาได้มา สตรีผู้นี้ต้องการแต่งด้วยองค์ชายใหญ่มาโดยตลอด ไม่รู้เหตุใดจึงยอมแต่งกับเขา
อีกทั้งการกระทำปีนหน้าต่างของจี้หยุนซูเมื่อครู่ เขาเห็นชัดแจ้ง ไม่มีทีท่าอาลัยเลยสักนิด แต่ตอนนี้กลับบอกว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากัน?
ให้เขาอย่าได้เอ่ยคำว่าหย่าเช่นนั้นอีก?
ทำเอาเซี่ยมั่วเย่านึกฉงนไปชั่วขณะ แต่น้ำเสียงยังคงเย็นชากล่าวว่า
"เจ้าไม่ต้องมาเสแสร้งกล่าวเช่นนี้กับข้า เจ้ากับข้าต่างรู้ดีแก่ใจ ระหว่างเราเป็นเพียงการแต่งงานโดยพระราชโองการ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าตกลงแต่งกับข้ากระทันหันเพราะเหตุใด
แต่จวนอ๋องปราบเหนือและสถานการณ์ของข้าเป็นอย่างไร เจ้าคงเห็นแล้วกระมัง หากเจ้าไม่ต้องการให้ชั่วชีวิตที่เหลือถูกฝังอยู่ที่นี่ ก็ควรจะรู้จักประมาณตน รีบไปเสีย"
จี้หยุนซูเบ้ปาก เซี่ยมั่วเย่าช่างเหมือนกับที่เขียนในหนังสือไม่มีผิด อารมณ์ร้าย พูดจาห้วน มิให้ใครเข้าใกล้ ไม่สนใจสตรี
เมื่อครู่ตอนนางผ่านหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ได้ส่องดูรูปลักษณ์ของร่างเดิมเป็นพิเศษ แม้ชื่อเสียงภายนอกของร่างเดิมจะไม่สู้ดีนัก แต่นางงดงามยิ่งนัก
วันนี้เป็นวันมงคล ผ่านการแต่งแต้มเนื้อตัว ดูงามรุ่งโรจน์ขึ้นไปอีก ใบหน้านี้ดุจไข่ปอก
ถึงกับจะไล่นางไป? ช่างไม่เข้าใจความหวานชื่นเสียเลย!
นึกถึงยามไฮ่ที่เซี่ยมั่วเย่าเพิ่งเอ่ยถึง นางก็หมดอารมณ์จะเย้าแหย่ นั่งตัวตรง พูดอย่างจริงจัง
"เซี่ยมั่วเย่า ข้าไม่สนใจว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ตอนนี้ แต่ข้ามีเรื่องสำคัญมากจะบอกเจ้า เมื่อครู่ข้าฝันว่า เช้าพรุ่งนี้จวนอ๋องปราบเหนือจะถูกริบทรัพย์สินและเนรเทศ ตอนนี้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้ก็อีกไม่นานแล้ว"
เซี่ยมั่วเย่าขมวดคิ้ว มือที่วางบนผ้าห่มกำแน่น เสียงก็ตึงเครียดขึ้นมา
"นี่หมายความว่าอย่างไร?!"
ริบทรัพย์สินและเนรเทศ?
เป็นไปได้อย่างไร!
จวนอ๋องปราบเหนือตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว บิดาและพี่ชายของเขาล้วนเสียชีวิตในสนามรบ ตนเองก็ต้องพิการตลอดชีวิต ไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้อีก พวกมันยังไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไปอีกหรือ?!